Login With Facebook
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

Google translation

English Arabic Chinese (Simplified) Dutch French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Thai
อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย admin   
AddThis Social Bookmark Button

 

เมืองปักกิ่ง

 

ปักกิ่ง เป็นเมืองหลวงของประเทศจีน เป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการศึกษาของประเทศ รู้จักกันดีในฐานะที่เป็นเมืองที่สำคัญที่สุดทางด้านการค้าระหว่างประเทศและ เป็นศูนย์กลางในด้านต่างๆที่สำคัญทั้งหลาย และดำรงความสำคัญเช่นนี้เรื่อยมาตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของตัวปักกิ่ง เอง

ในช่วงปี 476 - 211 ปักกิ่งดำรงฐานะเป็นเมืองหลวงของYan Kingdom และด้วยการพัฒนาเรื่อยมาทำให้ปักกิ่งมีสภาพดั่งเช่นทุกวันนี้ คือเป็นเมืองที่สำคัญเมืองหนึ่งของโลกไม่แพ้มหานครใดๆเลยทีเดียว และด้วยความเจริญเติบโตในทุกๆทางทำให้ปักกิ่งมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือจะได้เป็นเจ้าภาพใน กีฬาโอลิมปิก 2008 ที่จะมาถึงนี้ จึงสามารถคาดการณ์ได้เลยว่าปักกิ่งในอนาคตจะมีความรุ่งเรืองเพียงใด

ข้อมูลคร่าวๆของเมืองปักกิ่ง
ประชากร : 13.82 ล้านคน
รหัสโทรศัพท์ : 86-10
เบอร์โทรศัพท์สถานทูตไทยประจำปักกิ่ง
Tel : (86-10)6532-1749, 6532-1848, 6532-2151, 6532-5048
าคเหนือ

 

ประวัติ:

 

ปักกิ่ง หรือ เป่ย์จิง (Beijing) เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีชื่อย่อว่า จิง ตั้งอยู่ที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของ ที่ราบหวาเป่ย ชื่อเดิมคือ จี่ สมัยชุนชิวจ้านกั๋วเป็นเมืองหลวงของแคว้นยัน สมัยราชวงศ์เหลียว เป็นเมืองหลวงรอง ชิ้อยันจิง เป็นเมืองหลวงของจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิน หยวน หมิง ชิงจนถึง สาธารณรัฐจีน เคยใช้ชื่อจงตู ต้าตู เป่ยผิงและเป่ยจิง โดยมีชื่อเรียกทั้งหมดกว่า 60 ชื่อ เริ่มตั้งเป็นเมืองตั้งแต่ปี 1928 ปัจจุบัน แบ่งเป็น 16 เขตและ 2 อำเภอ เป็นนครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง พื้นที่ทั่วนครเป่ยจิงมีถึง 16,800 ตารางกิโลเมตร ถึงสิ้นปี 2002 ทั่วนครเป่ยจิงมีประชากร 1,136,300 คน นครเป่ยจิงเป็นศูนย์การเมือง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษาและเขตชุมทางการคมนาคมทั่วประเทศจีนและก็เป็นเมืองท่อง เที่ยวที่มีชื่อดังทั้งในประเทศจีนและในโลก แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมีกำแพงเมืองจีน พระราชวังโบราณ หอสักการะฟ้าเทียนถัน สุสานจักรพรรดิสมัยราชวงศ์หมิง วังพักร้อนอี๋เหอหยวนและภูเขาเซียงซาน เป็นต้น ปัจจุบันปักกิ่งเป็นเขตการปกครองพิเศษแบบมหานคร 1 ใน 4 แห่งของจีน ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากับมณฑลหลังจากปักกิ่งได้รับการจัดตั้งเป็นเมืองหลวงของ สาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 โดยเฉพาะหลังจากสมัย 80 ศตวรรษที่ 20 เมืองปักกิ่งได้พัฒนาอย่างรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ มีการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ปัจจุบันนี้ปักกิ่งมีถนนที่สลับกัน ตึกสูงๆ โดยไม่เพียงแต่รักษาสภาพเมืองโบราณ และยังแสดงถึงสภาพเมืองที่ทันสมัย กลายเป็นเมืองใหญ่ของโลก

ปักกิ่งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่อันดับสองของประเทศจีนรองจากเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่งเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง การศึกษา การขนส่ง และวัฒนธรรมจีน ในขณะที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจนั้นจะอยู่ที่ซี่ยงไฮ้และฮ่องกง

ปักกิ่งเป็น 1 ใน 4 เมืองหลวงเก่าของจีน และได้รับเลือกให้จัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2551 อีกด้วย มหานครปักกิ่งเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน นับแต่ สมัยราชวงศ์หยวน สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมของจีน ปักกิ่งมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น จัตุรัสเทียนอันเหมิน กำแพงเมืองจีน พระราชวังฤดูร้อน พระราชวังต้องห้าม เป็นต้น มีประวัติความเป็นมา เริ่ม ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งมี การขุดค้นพบกะโหลก มนุษย์ปักกิ่งตามหลักฐานที่พิสูจน์ได้ปักกิ่งมีความเจริญ รุ่งเรืองมานับแต่ คริสศตวรรษที่ 13 ในปี พ.ศ. 1964 (ค.ศ. 1421) จักรพรรดิหย่งเล่อ ได้ทำการก่อสร้างและออกแบบผัง เมืองใหม่และย้ายฐานราชการชั่วคราวในขณะนั้นจาก เมืองหนานจิงมายัง เป่ยจิง หรือปักกิ่งในปัจจุบัน

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาปักกิ่งถูกยกสถานะเป็นเมืองสำคัญระดับโลกเป็นศูนย์กลางทางการ ปกครองการค้า การลงทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศจีนในแต่ละปีมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา ติดต่อการค้าท่องเที่ยว ศึกษาเป็นจำนวนมากประชาชนชาวปักกิ่งมีสภาพความเป็นอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ ดีขึ้น รวมทั้งได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากตะวันตกมากขึ้นด้วย

ภูมิอากาศ:

 

กึ่งชื้น (Semi-humid) อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 12 องศาเซลเซียส อาจร้อนกว่าหรือหนาวกว่าขึ้นอยู่กับ หน้าฝน (กรกฎาคม-สิงหาคม) อาจมีฝนตกโดยประมาณ 600 มิลลิเมตร ช่วงหน้าร้อนของปักกิ่งค่อนข้างร้อน อาจเทียบได้กับประเทศไทย แต่ก็ไม่ถึงกับร้อนจัด หน้าหนาวอากาศจะแห้งและ มีหิมะตก ช่วงที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวปักกิ่งก็คือ ช่วง พฤษภาคม กันยายน ตุลาคม เพราะสภาพอากาศค่อนข้างดี ไม่หนาวจัดหรือร้อนจัดเกินไปสำหรับคนไทยานทูตของประเทศต่าง ๆ ตั้งอยู่ รวมทั้งสถาบันการศึกษา สถาบันของราขการ

ภูมิประเทศ:

 

พื้นที่ 16,807.8 ตร.กม. เป็นพื้นที่ภูเขาถึง 10,417.5 ตร.กม. เป็น 62% ของพื้นที่ทั้งหมด และเป็นที่ราบ 6,390.3 ตร.กม. ผืนดินบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือยกตัวขึ้นสูงส่วนด้านตะวันออกเฉียงใต้ลาดลง ต่ำ ทิศตะวันตก ทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือรายล้อมด้วยภูเขา แม่น้ำสายสำคัญเช่น หย่งติ้ง เฉาไป๋ เป่ยยุ่น จู้หม่า ส่วนใหญ่ไหลจากต้นน้ำทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และลัดเลาะผ่านหุบเขาเข้าสู่ที่ราบทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง แล้วจึงแยกย้ายไหลลงสู่ทะเลป๋อไฮ่

 

การเดินทาง:

 

สนามบินนานาชาติปักกิ่ง อยู่ห่างจากใจกลางเมือง 26 กิโลเมตร วิธีที่ดีที่สุดในการเข้าเมืองคือการนั่งรถบัสจากสนามบินซึ่งราคาค่อนข้าง ถูก อีกทางเลือกหนึ่งคือ รถแท็กซี่ หากต่อรองไม่ดีอาจจะได้ราคาแพง ปักกิ่งยังเป็นศูนย์กลางของการเดินทางโดยรถไฟทั่วประเทศ สามารถใช้บริการได้ที่สถานีรถไฟปักกิ่งและสถานีรถไฟตะวันตก ส่วนรถประจำทางในเมืองปักกิ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ประหยัด และยังได้สัมผัสกับวิถีชาวเมืองอย่างแท้จริง

ส่วนทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการคมนาคมในเมืองปักกิ่งคือ รถไฟใต้ดิน รวดเร็วและราคาถูก วิ่งผ่านจุดสำคัญๆ ของเมืองเกือบทุกจุด รถประจำทางก็วิ่งทั่วเมืองเช่นกันแต่หากไม่สามารถพูดภาษาจีนได้ก็อาจจะมี ปัญหาเรื่องการสื่อสาร แท็กซี่ก็ไม่แพงนักและสะดวกสบายโดยเฉพาะในยามค่ำคืน แต่ไม่ควรใช้ในช่วงเร่งด่วนของวันวง

สถานที่ท่องเที่ยว:

พระราชวังฤดูร้อน (Summer palace)
หนึ่งในสุดยอด สถาปัตยกรรมของประเทศจีน ถูกสร้างขึ้นในปี 1750 มีความเป็นเลิศทางด้านการออกแบบ เป็นที่ยกย่องมาจนถึงทุกวันนี้ สวนของพระราชวังฤดูร้อนนี้ก็เป็นที่กล่าวขานเช่นกัน ทะเลสาบที่ยิ่งใหญ่ที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์โดยไม่ได้อาศัย เครื่องมือทันสมัยแต่อย่างใดเข้าช่วย แสดงถึงความเรืองอำนาจของเจ้าของพระราชวังซึ่งก็คือซูสีไทเฮา ได้เป็นอย่างดี ภายในอาณาบริเวณของพระราชวังนั้น ยังเป็นที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ และเครื่องใช้ภายในราชวังที่ประเมินค่ามิได้ รวมทั้งเรือหินอ่อนอันเลื่องชื่อ ที่องค์ซูสีไทเฮารับสั่งให้สร้างขึ้นมาเพื่อประดับสวนแห่งนี้ด้วย


 

พระราชวังต้องห้าม (Forbidden City)
อาจรู้จักในนาม Imperial palace หรือ palace museum มีห้องรวมกันทั้งหมดกว่า 9000 ห้อง เป็นเสมือนเมืองย่อยๆภายในเมืองปักกิ่ง เคยเป็นที่อยู่อาศัยของโอรสสวรรค์ทั้งหมด 24 คนซึ่งก็คือฮ่องเต้ พระราชวังต้องห้าม ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1271 และฮ่องเต้องค์สุดท้ายที่ได้มีโอกาศใช้วังแห่งนี้ก็คือ ปูยีแห่งราชวงศ์ชิง ที่เรารู้จักกันในนามจักรพรรดิองค์สุดท้ายนั่นเอง สามารถรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรจีน ได้เมื่อเหยียบย่างเข้าไปในพระราชวังแห่งน


กำแพงเมืองจีน (Great wall)
หนึ่งสิ่ง อัศจรรย์ของโลก ตัวกำแพงมีความยาวถึง กว่า6000 กิโลเมตรทอดยาวทางส่วนเหนือของประเทศจีน การได้ไปเยือนกำแพงเมืองจีนอย่างน้อย สักครั้งหนึ่งในชีวิตถือได้เป็นความภูมิใจ ส่วนหนึ่งของชาวจีน ด่านกำแพงเมืองจีนที่สำคัญมีหลายด่านที่น่าท่องเที่ยว ที่โดดเด่นคือ ด่านปาตาหลิง ใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมงจากตัวเมืองปักกิ่ง สามารถขึ้นกำแพงได้ทั้งการเดินเท้าและนั่งรถกระเช้า กำแพงเมืองจีนจึงเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดหากเดินทางมาเมืองจีน


หอบูชาฟ้า (Temple of heaven)
จักรพรรดิในอดีต ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่บูชาฟ้า เพื่อขอพรให้การเกษตรมีผลผลิตที่ดีข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ ภายในยังประกอบไปด้วยพิพิธพันธ์ ที่แสดงสิ่งของที่น่าสนใจมากมาย หอบูชาฟ้าตั้งอยู่ใจกลางสวน ที่อุดมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ สวยงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง เป็นอีกที่หนึ่งที่ควรไปอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในเมืองปักกิ่ง และไม่ไกลไปจากตัวเมืองเท่าใดนัก

ต่าง ๆ นอกจากนั้น

 

ราคาพิเศษสำหรับโรงแรม

ป้ายโฆษณา

เกี่ยวกับบทความ