กว่างโจว กวางโจว หรือ กวางเจา เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง กว่างโจวเป็นเมืองใหญ่สุดทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นมณฑลซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 3 แห่งของจีน คือ เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถา นอกจากนั้นเมืองกว่างโจวยังมีสำเนียงเฉพาะถิ่นที่ถือว่าเป็นมาตรฐานของ ฮ่องกง และมาเก๊า เรียกว่า สำเนียงกว่างโจวอีกด้วย
เมืองกว่างโจวตั้งอยู่ปากแม่น้ำจูเจียง และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่า 2,800 ปี เป็นจุดเริ่มของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งอดีต และยังเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวที่เปิดต้อนรับชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย
กว่างโจวแม้จะเป็นศูนย์กลางในการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน แต่กว่างโจวยังมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในรูปสถานที่สำคัญต่าง ๆ ปัจจุบันกว่างโจวมีบทบาทเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจการค้าที่มีความเจริญ รุ่งเรืองมากที่สุดในภาคใต้ของจีน และยังได้รับสถานะเป็นหนึ่งในสามเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีผลผลิตโดยรวมมากที่สุดด้วย นอกจากนั้นยังมีการคมนาคมขนส่งที่สะดวก ทันสมัย มีระบบรถไฟใต้ดินครอบคลุมเมืองชั้นในทั้งหมด รวมทั้งด้านภูมิอากาศ อาหาร การดำรงชีวิต ตลอดจนความเป็นอยู่ก็มีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย
กว่างโจวมีภาพลักษณ์ค่อนข้างแตกต่างจากเมืองทางเหนือ ซึ่งบรรยากาศที่เต็มไปด้วย "ราชการและเป็นทางการ" แต่ในกว่างโจวจะรู้สึกและรับรู้ได้ถึง "การค้าและความวุ่นวาย"
ประวัติศาสตร์ของกว่างโจว มีมายาวนาน ก่อนราชวงศ์ฉิน มีชื่อเรียกว่า ฟานยวี๋ เมื่อถึงปี พ.ศ. 769 (ค.ศ. 226) จึงเริ่มเรียกว่า กว่างโจว ที่นี่มีแม่น้ำจูเจียง ไหลผ่านกลางเมือง จึงมีการจราจรทางน้ำที่สะดวกยิ่ง ตั้งแต่สมัย ราชวงศ์ฮั่น เป็นต้นมา มีเรือจากกว่างโจว เดินทางไปยังที่ต่าง ๆ จนถึงราชวงศ์ถัง กว่างโจวได้กลายเป็น เมืองท่าที่มีชื่อเสียงของโลก มีการค้ากับต่างประเทศอย่างมั่งคั่งเป็นพิเศษ ผลิตภัณฑ์จากทางภาคใต้ของ ประเทศจีน เช่น ผ้าไหม ใบชา เป็นต้น ได้กลายเป็นสินค้าส่งออกจากที่นี่ เรือสินค้าของต่างชาติก็มาที่นี่เป็น จำนวนมากเช่นกัน
มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ภายในตัวเมืองมีวัดชื่อ กวงเซี่ยวซื่อ เป็นโบราณสถาน ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ในสมัยราชวงศ์ ฮั่น เคยเป็นที่ประทับของ ฮ่องเต้ หนานเยว่ แห่งยุคฮั่นตะวันตก จนมา ถึงยุคฮั่นตะวันออก จึงได้กลายเป็นวัด ยังมีวัดอีกแห่งหนึ่งชื่อ ลิ่วหรงซื่อ ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 1080 (ค.ศ. 537) เดิมมิใช่ชื่อนี้ จนถึงสมัยราชวงศ์ ซ่ง (ราชวงศ์ซ้อง) นักวรรณคดีผู้ยิ่งใหญ่ ชื่อ ซู ซื่อ ได้มาเที่ยวที่นี่ เห็นว่าภายในวัดมีต้น หรง อยู่หกต้น จึงหยิบ พู่กันขึ้นมาเขียนตัวอักษร 2 ตัว ว่า ลิ่ว หรง (ลิ่ว = หก ; หรง = ชื่อต้นไม้) จนถึงราชวงศ์หมิงประชาชนจึงเรียก วัดนี้ว่า ลิ่ว หรง ซื่อ
ภูมิอากาศของกว่างโจวถูกจัดว่าดีมาก ฤดูหนาวไม่หนาวจัด ฤดูร้อนไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งสี่ฤดูตลอดปีจะมีดอกไม้บาน ผู้คนจึงมักเรียกกว่างโจวว่า เมืองดอกไม้ กว่างโจวมีภูมิทัศน์ที่งามตามีจุดชมวิวมากมาย
ทางเหนือของกว่างโจวมี สวนสาธารณะ ยฺเว่ซิ่ว ที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามยิ่ง เนื้อที่ประมาณ 92 ตร.กม. ภายในสวนมีบริเวณแห่งความงามหลายแห่ง เช่น ภูเขา ยฺเว่ซิ่วซาน ภูเขา อู่หยางซาน ตึก เจิ้น ไห่ โหลว เป็นต้น บนยอดเขายฺเว่ซิ่วซานมีอนุสรณ์สถานเป็นแท่งหินตั้งแท่งหนึ่ง ที่เชิงเขามีอนุสรณ์สถานที่เป็นโถงใหญ่โถงหนึ่ง ทั้งสองแห่งเป็นอนุสรณ์สถานของ ดร. ซุน จง ซาน (ซุนยัดเซ็น) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) ปัจจุบันประชาชนมักจะใช้โถงใหญ่เป็นที่จัดการประชุมหรือจัดการแสดงต่าง ๆ
ชานเมืองด้านเหนือของกว่างโจว มีภูเขาสูง 382 เมตร ชื่อ ไป๋ ยฺหวิน ซาน เป็นชื่อตามลักษณะที่มักจะมีเมฆสีขาวปกคลุมที่ยอดเขาเสมอ (ไป๋ = สีขาว ; ยฺหวิน = เมฆ) บนภูเขามีต้นไม้สูง รวมทั้งพืชพันธุ์ดอกไม้และต้นหญ้า มีน้ำใส หน้าผาสีแดง งดงามยิ่งนัก ได้มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ทั้งสวนสาธารณะและโรงแรมที่พัก
กว่างโจวยังได้รับการขนานนามว่าเป็นประตูด้านใต้ของประเทศจีน ปัจจุบันกว่างโจวไม่เพียงแต่มีการจราจรทางน้ำที่เฟื่องฟูมั่งคั่ง แต่ยังมีสายการบินนานาชาติบินเข้าออกอีกจำนวนไม่น้อยทีเดียว กว่างโจวจึงมีฐานะของเมืองที่สำคัญยิ่งของประเทศจีนในด้านการค้ากับต่าง ประเทศ
พิพิธภัณฑ์ ดร. ซุนยัดเซ็น

พิพิธภัณฑ์ ดร.ซุนยัดเซ็น ตั้งอยู่ที่เมืองกวางโจว เมืองเอกในมณฑลกวางตุ้ง ของประเทศจีน พิพิธภัณฑ์ดร.ซุนยัดเซ็น (Dr.Sun Yat Sen Memorial) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง ดร.ซุนยัดเซ็น ซึ่งถือว่าเป็นบิดาของคนจีนยุคใหม่ ดร. ซุน ยัดเซ็น เป็นผู้ก่อตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง และเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐจีน เป็นแกนนำคนสำคัญในการโค่นล้มราชวงศ์ชิง เป็นผู้ที่มีพระคุณกับชาวจีนอย่างใหญ่หลวงเพราะเป็นผู้ที่ปลดปล่อยชาวจีน ให้รอดพ้นจากสังคมเดิมที่ล้าหลัง และระบบกษัตริย์ราชวงศ์ชิง
พิพิธภัณฑ์ ดร.ซุนยัดเซ็น สร้างเสร็จในปี 1972 สร้างเพื่อระลึกวันเกิดร้อยปีของ ดร.ซุนยัดเซ็น สัญลักษณ์ของหอที่ระลึกแห่งนี้คือรูปปั้นเหมือนของตัวท่าน ที่ตั้งอยู่ ทางด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ และแผ่นป้ายที่เขียนว่า "เทียนเซี้ยะเหวยกง ” ซึ่งท่านก็เป็นผู้เขียนด้วยตัวของท่านเอง โครงสร้างภายนอกเลียนแบบวังจีน หลังคาปูด้วยกระเบื้องสีเหลือง ภายในหอมีห้องประชุมใหญ่ ห้องสมุด ดร.ซุนยัดเซ็น ห้องภาพ และห้องบรรยาย ในห้องโถงใหญ่มีรูปปั้นดร.ซุนยัดเซ็นที่ทำจากทองแดงแท้ สูง 5.8 เมตร ฐานสูง 3.1 เมตร ลานกว้างหน้าหอเป็นที่ชุมนุม
เที่ยวเล่นของชาวไทเป โดยเฉพาะช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ที่นี่จะคึกคักเป็นพิเศษ ภายในอนุสรณ์สถานนั้นเป็นหอประชุมขนาดใหญ่รูปทรงแปดเหลี่ยม ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเยี่ยม เพราะสร้างขึ้นโดยไม่มีเสากลางห้องที่จะบดบังสายตาของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม
อนุสาวรีย์ 5 แพะ
เป็นสัญลักษณ์เมืองกวางเจา เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างโดยใช้หินแกรนิตจำนวน 120 ก้อน แกะสลักประกอบเป็นแพะ 5 ตัว แพะตัวใหญ่คาบรวงข้าว 6 รวง ยืนสง่าอยู่บนดอย สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเทพเจ้าที่ดลบันดาลให้เมืองกวางโจวมีความเจริญอุดมสมบูรณ์ทางเกษตรกรรม
เมืองกวางเจานี้ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองแพะ” เนื่องจากมีตำนานเล่าขานกันต่อมาว่า ในสมัยราชวงศ์โจว เทพห้าองค์มองเห็นเมืองกวางเจาแห้งแล้งอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง จึงทรงประทับแพะซึ่งคาบรวงข้าวลงมาจากสวรรค์มาให้ชาวบ้าน และได้ดลบันดาลให้เมืองกวางเจามีความเจริญและอุดมสมบูรณ์ จากนั้นเทพทั้งห้าก็หายไป คงเหลือไว้แต่เพียงแพะทั้ง 5 ตัวที่กลายเป็นหิน ดังนั้นชาวเมืองจึงถือว่าแพะเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำเมืองจนทุกวันนี้ กวางเจาจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เมืองแพะ”
วัดไทรหกต้น
วัดไทรหกต้น หรือ วัดลิ่วหรงซื่อ แปลว่าวัดต้นไทรหกต้น อยู่ที่เมืองกวางโจว สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1080 (ค.ศ. 537) เป็นวัดเก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยถัง เดิมไม่ได้ใช้ชื่อนี้ จนมาถึงราชวงศ์ซ่ง (ราชวงศ์ซ้อง) จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น วัดลิ่วหรงซื่อ โดยกวีที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยซ้อง ท่านได้มาเที่ยวที่วัดแห่งนี้ เห็นภายในวัดมีต้น หรง อยู่หกต้น จึงหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนตัวอักษร 2 ตัว ว่า ลิ่ว หรง (ลิ่ว แปลว่า หก หรง แปลว่า ต้นไทร) จนถึงราชวงศ์หมิง ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้กันว่า วัดลิ่วหรงซื่อ
วัดลิ่วหรงซื่อแห่งนี้มีเจดีย์ 9 ชั้น สร้างขึ้นมาพร้อม ๆ กับวัดเพื่อบรรจุพระสารีริกธาตุ ที่เก่าและสูง เลยเป็นสิ่งก่อสร้างโบราณที่มีความสูงที่สุดในกวางเจา เจดีย์นี้เรียกว่า เจดีย์ดอกไม้ ว่ากันว่ามองเหมือนดอกไม้ หลังคาสีแดงของเจดีย์เป็นลอนโค้งเป็นกลีบดอก ยอดของเจดีย์เป็นเกสร

สวนสาธารณะเย่ว์ซิ่ว (Yuexiu Park) เป็นสวนใหญ่ที่สุดของกวางโจวภายในสวนมีหอเจิ้นไห่รูปปั้นห้าแพะ ทะเลสาบเหรินกง หอศาลาจำนวน มาก และยังมีอนุสรณ์ต่างๆอีกด้วย หอเจิ้นไห่สร้างขึ้นในต้นราชวงศ์หมิง มีความสูง 28 เมตร เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นโบราณสถานที่มีชื่อเสียงของกวางโจว

วัดกวงเสี้ยว (Guangxiao Si)
เป็นโบราณสถาน ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ในสมัยราชวงศ์ ฮั่น เคยเป็นที่ประทับของ ฮ่องเต้ หนานเยว่ แห่งยุคฮั่นตะวันตก จนมา ถึงยุคฮั่นตะวันออก จึงได้กลายเป็นวัด ยังมีวัดอีกแห่งหนึ่งชื่อ ลิ่วหรงซื่อ ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 1080 (ค.ศ. 537) เดิมมิใช่ชื่อนี้ จนถึงสมัยราชวงศ์ ซ่ง (ราชวงศ์ซ้อง) นักวรรณคดีผู้ยิ่งใหญ่ ชื่อ ซู ซื่อ ได้มาเที่ยวที่นี่ เห็นว่าภายในวัดมีต้น หรง อยู่หกต้น จึงหยิบ พู่กันขึ้นมาเขียนตัวอักษร 2 ตัว ว่า ลิ่ว หรง (ลิ่ว = หก ; หรง = ชื่อต้นไม้) จนถึงราชวงศ์หมิงประชาชนจึงเรียก วัดนี้ว่า ลิ่ว หรง ซื่อ
พิพิธภัณฑ์สุสานฮ่องเต้ หนานเย่ว่ แห่งยุคฮั่นตะวันตก
ตั้ง อยู่ที่ถนนเจี่ยฟาง เป่ย เมืองกวางเจา เป็นสุสานของราชวงศ์ฮั่นตะวันตกที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุด และเป็นหนึ่งใน 80 พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของโลก พื้นที่ครอบคลุมถึง 14000 ตารางเมตร ซึ่งประกอบไปด้วยห้องจัดนิทรรศการ 10 ห้อง สุสานที่จัดแสดงเป็นของ เส้าเหมย แห่งหนานเย่ว์ ซึ่งเป็นฮ่องเต้องค์ที่สองแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ในช่วงเวลา 206 ปี ก่อนคริสตกาล หรือ พ.ศ.24 ตัวสุสานขุดลึกลงไปยังชั้นใต้ดิน ถึง 20 เมตร สุสานดังกล่าว ประกอบด้วยหินขนาดใหญ่ 750 ก้อนที่ตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนัง และ เครื่องมือ เครื่องใช้ สืบทอดทางวัฒนธรรม กว่า 10000 ชิ้น อาทิ เครื่องทองเหลือง และเครื่องปั้นดินเผา ในลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรม เย่ว์ ของจีนทางใต้ หรือ วัฒนธรรมหนานเย่ว์ รวมไปถึงเครื่องอันแสดงถึง วัฒนธรรมของจีนกลาง และฉู่ วัฒนธรรมจีนใต้ บาฉู่ ของจีนตะวันตกเฉียงใต้ ฮั่นทางตอนเหนือ แม้กระทั่งวัฒนธรรมต่างชาติไฮไลท์ของอนุสรณ์บรรจุสุสาน คือ เสื้อผ้าไหมหยก ซึ่งทำด้วยหยกกว่า 2291 ชิ้น แต่ละชิ้นจะร้อยโยงกันด้วยทอง เงิน และ ทองแดง เครื่องแต่งกายเช่นนี้ มีเพียงชนิดเดียวเท่านั้นในโลกนี้ ซึ่งเป็นสิ่งแสดงถึงวัฒนธรรมหนานเย่ว์ ในส่วนเพิ่มเติม สถานที่แห่งนี้ ยังมี กระดิ่งพวงทองเหลือง 3 ชุด แจกันทองเหลือง 36 ใบ กระจกทองเหลือง 36 บาน และ ตราประทับทอง อีก 3 ชิ้นซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมหนานเย่ว์ ม่านพับที่เก่าและใหญ่ที่สุดที่ใช้ในจีนก็อยู่ที่นี่ ซึ่งของทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งทอที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|