Login With Facebook
ป้ายโฆษณา

Google translation

English Arabic Chinese (Simplified) Dutch French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Thai
อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย admin   
AddThis Social Bookmark Button

ฮ่องกง

 

เกาะฮ่องกงเป็นดินแดนตอนปลายสุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วยเกาะฮ่องกง นิวเทอร์ริทอรีส์ เกาลูน และเกาะเล็กๆ อีก 235 เกาะ มีพื้นที่โดยรวม 1,091 ตารางกิโลเมตร

ประวัติ


"ฮ่องกง" เป็นภาษากวางตุ้ง ซึ่งมาจากภาษาจีนกลาง ว่า "เซียงก่าง" ความหมายก็ไม่เหมือนใคร หมายความว่า "ท่าเรือหอม" มีความเป็นมา สืบเนื่องมาแต่ครั้งที่กวางตุ้ง เป็นแหล่งปลูกไม้หอมชนิดหนึ่ง ส่งขายเป็นสินค้าออก โดยที่ต้องมาขนถ่ายสินค้ากัน ที่ท่าเรือน้ำลึกตอนใต้สุดของแผ่นดินจีน

เมื่อราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีเรือของกองทัพอังกฤษ นำโดยกัปตัน Charles Elliot (ชาร์ลส์ อีเลียต) แล่นผ่านน่านน้ำระหว่าง แหลมเกาลูนและเกาะแห่งหนึ่งที่ร่ำลือกันว่า เป็นที่หลบลมพายุของพวกโจรสลัด กัปตันอีเลียต เกิดได้กลิ่นหอมชนิดหนึ่ง จึงจอดเรือและขึ้นฝั่ง ส่งล่ามลงไปสอบถาม ได้ความว่าเป็นท่าเรือหอม ใช้ขนถ่ายไม้หอม กัปตันรับทราบด้วยความประทับใจ

เมื่อกัปตันอีเลียตเดินทางกลับสู่อังกฤษและได้รับการแต่งตั้งให้ไปประจำ การฝ่ายการพาณิชย์ของอังกฤษในภาคพื้นเอเซีย ซึ่งขณะนั้นเอง ประเทศอังกฤษซึ่งปกครองโดยพระนางวิกตอเรีย กำลังต้องการอาณานิคมในแถบทะเลจีนใต้ เพื่อใช้เป็นที่จัดส่งสินค้า หรือฝิ่นนั่นเอง และประจวบเหมาะพอดีกับที่ฝ่ายอังกฤษและจีน กำลังมีปัญหาเรื่องการค้าฝิ่นในแถบกวางตุ้งของจีน จนทำให้เกิดสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 ขึ้น ในปี ค.ศ. 1839 กัปตันอีเลียตจึงตัดสินใจยกพลขึ้นบกที่ท่าเรือกลิ่นหอม และประกาศให้ดินแดนแถบนั้นเป็นของอังกฤษ ในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1841

ว่ากันว่ามีเหตุการณ์ที่น่าขัน และสร้างความขายหน้าให้กับพระราชินีวิคตอเรียยิ่งนัก ที่กองทหารอังกฤษเข้ายึดเกาะที่มีแต่หินโสโครก หาประโยชน์ไม่ได้เลย กัปตันอีเลียตจึงถูกลงโทษด้วยการส่งไปเป็นกงสุลอังกฤษประจำรัฐเท็กซัสแทน

ตั้งแต่นั้น จีนและอังกฤษกระทบกระทั่งกันเรื่องการค้าฝิ่นเรื่อยมา เกิดสงครามฝิ่นถึงสองครั้ง หลังสงครามฝิ่นครั้งที่สองนี่เอง อังกฤษได้บีบบังคับให้จีนทำสัญญา โดยให้อังกฤษเช่าฮ่องกงทั้งหมด เป็นเวลา 99 ปี โดยกำหนดวันหมดสัญญาไว้วันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1997 ด้วยภูมิประเทศของฮ่องกงเอง ที่เป็นเมืองท่าน้ำลึก เหมาะแก่การจอดเรือสินค้าขนาดใหญ่ จึงทำให้ฮ่องกงกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโลก

ฮ่องกงเมื่อปี ค.ศ. 1978

ผู้สำเร็จราชการคนแรกที่มาประจำยังเกาะฮ่องกง ท่านลอร์ด Palmerston เคยขนานนามเกาะแห่งนี้ไว้ว่า "หินไร้ค่า" แต่อังกฤษได้ช่วยวางรากฐานการศึกษา การปกครอง และผังเมืองให้ฮ่องกงเป็นอย่างดี เพียง ชั่วพริบตาเดียว ฮ่องกงได้กลับกลายเป็นศูนย์กลางพาณิชย์และยังเป็นประตูเปิดสู่ประเทศจีน ปลายศตวรรษที่ 19 ดินแดนตอนปลายคาบสมุทรเกาลูนก็ตกเป็นอาณานิคม และอังกฤษยังได้สิทธิเช่าเขตนิวเทอริทอรี่ส์ เป็นเวลา 99 ปี ซึ่งอังกฤษได้ทำพิธีส่งคืนเกาะฮ่องกง ให้แก่จีนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 ไปเรียบร้อย ทั้งนี้เคยมีการเจรจาระหว่างอังกฤษโดย นางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กับ นายเติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำฝ่ายจีน เพื่อเจรจาขอเช่าเกาะฮ่องกงต่อ แต่ได้รับการปฏิเสธ และในปีเดียวกันนั้น วันที่ 26 กันยายน ผู้นำทั้งสองจึงเปิดเจรจาอีกครั้งและลงนามในสัญญา โดยมีสาระสำคัญว่า อังกฤษจะยอมส่งมอบคืนเกาะฮ่องกงให้กับจีน และจีนได้ให้สัญญาว่าจะยอมให้ฮ่องกง อยู่ในฐานะ "เขตปกครองตนเอง" ภายใน 50 ปี

ปัจจุบันจีนได้มอบหมายให้ นายตงจิ้นหวา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการฮ่องกง และจีนได้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้รัฐบาลปักกิ่งรับผิดชอบด้านกิจการต่างประเทศ การทหาร และความมั่งคงเท่านั้น ส่วนการบริหารยังคงให้อิสระแก่ชาวฮ่องกงเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตามด้วยทำเลอันเหมาะสม เกาะฮ่องกงก็ยังมีบทบาทสำคัญยิ่งในศตวรรษที่ 21 ในฐานะเมืองท่าการค้าระหว่างประเทศ ฐานที่ตั้งสำคัญของผู้ผลิต และศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ประชากรและภาษา

มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 6.4 ล้านคน ประมาณร้อยละ 96 เป็นคนจีน ภาษาจีนและอังกฤษเป็นภาษาราชการ ภาษาจีนกลางตุ้งเป็นภาษาที่ใช้กันมากที่สุด แต่หลังจากวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 ได้มีการบรรจุภาษาจีนกลาง (แมนดาริน) ในแบบเรียนเพิ่มขึ้นด้วย
หมายเหตุ : เจ้าหน้าที่ร้านค้าและโรงแรม จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี

ภูมิอากาศ

ฮ่องกงอยู่ในเขตกึ่งร้อนชื้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเยือนได้ตลอดทั้งปี
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-กลางพฤษภาคม) อุณหภูมิประมาณ 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิและความชื้นสูงขึ้นเสื้อผ้าแนะนำให้เตรียมแจ็คเก็ตหรือสเว็ทเตอร์ ไม่ต้องหนามากไปด้วย
ฤดูร้อน (ปลายพฤษภาคม - กลางกันยายน) อุณหภูมิประมาณ 28 องศาเซสเซียส
อากาศร้อนชื้น อาจจะมีฝนบ้าง ควรเตรียมเสื้อเชิ๊ต ชุดผ้าฝ้าย และร่มเมื่อออกนอกอาคารด้วย
ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายกันยายน-ต้นธันวาคม) อุณหภูมิประมาณ 23 องศาเซสเซียส
ช่วงนี้อุณหภูมิและความชื้นลดลง ท้องฟ้าแจ่มใสตลอดวัน ควรเตรียมเสื้อเชิ๊ต สเวทเตอร์และแจ็คเก็ตบางๆ ไปด้วย
ฤดูหนาว (ปลายธันวาคม - กุมภาพันธ์) อุณหภูมิประมาณ 17 องศาเซสเซียส
อากาศหนาวเย็นและความชื้นต่ำ ควรสวมเสื้อกันหนาว เสื้อโอเวอร์โค้ท

ระเบียบการเข้าเมือง

นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องมีวีซ่านาน 3 เดือน ซึ่งแต่เดิม สามารถอยู่ได้เพียง 14 วัน ก่อนเข้าถึงฮ่องกงจะได้รับแบบฟอร์มการเข้าเมือง ซึ่งต้องกรอกให้สมบูรณ์ และแนบไปกับพาสปอร์ตแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

ข้ออนุญาตของศุลกากร

นักท่องเที่ยวสามารถนำสิ่งต่อไปนี้เข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องเสียภาษี
ยาสูบ - บุหรี่ 200 มวน หรือซิการ์ 50 มวน หรือยาสูบ 250 กรัม
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์-ไวน์ หรือเหล้าขวดขนาด 1 ลิตร
งาช้าง รัฐบาลฮ่องกงมีข้อบังคับเข้มงวดมากในเรื่องการนำเข้าและส่งออกงาช้าง ทั้งที่ยังไม่ได้แปรสภาพและที่แปรสภาพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจำนวนมากหรือน้อยก็ตาม จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะนำเข้าหรือออกงาช้าง

การขับขี่

ท่านที่มีใบขับขี่นานาชาติอยู่แล้ว สามารถขับรถในฮ่องกงได้ไม่เกิน 12 เดือน โดยต้องเป็นรถที่มีประกันภัยบุคคลที่ 3 และต้องพกพาใบขับขี่พร้อมบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายติดตัวเสมอ

สนามบินนานาชาติฮ่องกง

นัก ท่องเที่ยวที่มาเยือนฮ่องกงจะได้รับการรับการบริการจากสนามบินที่ทันสมัยที่ สุดและใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง สนามบินนานาชาติฮ่องกงอยู่ที่เช็คแลปก๊ก บนเกาะลันเตา เปรียบเสมือนประตูใหญ่สู่เอเชีย
ทางเลือกในการคมนาคมขนส่งมีหลากหลายเพียบพร้อมสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างสนามบินนานาชาติฮ่องกงกับเกาะฮ่องกง เกาลูน นิวเทอร์ริทอรี่ส์ และเกาะลันเตา ทั้งบริการรถไฟ รถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ และแท็กซี่
บริการรถไฟด่วนสายสนามบิน (Airport Express-AEL) ดำเนินการโดยบริษัทเอ็มทีอาร์ คอร์ปอเรชั่น รองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยังสถานีฮ่องกง ในเขตเซ็นทรัล ผ่านสถานีซิงยี่ และเกาลูน ภายในเวลา 23 นาที ค่าโดยสารเที่ยวเดียวจากสนามบินไปยังเกาะฮ่องกงราคา 100 HK$ รถไฟจะวิ่งทุก ๆ 10 นาที ตั้งแต่เวลา 5.50 น. – 1.00 น. ทุกวัน และมีบริการรถรับ-ส่งฟรีไปยังโรงแรมต่าง ๆ สำหรับผู้ใช้บริการ AEL
มีบริการรถประจำทางแฟรนไชส์กว่า 30 สาย ที่ให้บริการจากสนามบิน รวมทั้งบริการรถประจำทางปรับอากาศ 9 สาย ที่จะหยุดจอดน้อยกว่ารถประจำทางทั่วไป ค่าโดยสารของรถประจำทางปรับอากาศอยู่ระหว่าง 14 HK$ ถึง 45HK$ เรือเฟอร์รี่วิ่งระหว่างท่าเรือเช็ค แล็ป ก๊ก กับท่าเรือเทิน มุน ในเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์บริการตั้งแต่เวลา 6.00 น. – 23.00 น. ทุกวัน ส่วนแท็กซี่ไปยังทุกสถานที่ในฮ่องกงสามารถเรียกใช้บริการได้จากจุดรับ-ส่งรถแท็กซี่ เส้นทางปกติจากสนามบินถึงเขตเซ็นทรัลราคาประมาณ 330 HK$ และถึงจิมซาโจ่ยประมาณ 270 HK$
ผู้โดยสารที่อายุตั้งแต่ 12 ปี ต้องจ่ายค่าภาษีขาออกสนามบิน (Air Passthaier Departure Tax – APDT) ราคา 80 HK$ (ซึ่งปกติจะรวมอยู่กับค่าตั๋วเครื่องบิน) ผู้โดยสารที่เดินทางไปและกลับในวันเดียวกัน จะได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษีนี้
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2545 เป็นต้นมา มีการเรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จ ความปลอดภัยสนามบิน (Airport Security Surcharge – ASS) เพิ่มอีก 13 HK$ จากผู้โดยสารที่เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติฮ่องกง เพื่อการรักษามาตรฐานความมั่นคง ปลอดภัยและบริการแก่ผู้โดยสาร ค่าบริการนี้เก็บเพิ่มจากค่าธรรมเนียมความปลอดภัย 20 HK$ ที่ปัจจุบันสายการบินต่าง ๆ เรียกเก็บจากผู้โดยสารในนามของการท่าอากาศยานฮ่องกง ดังนั้นผู้โดยสารจะต้องชำระค่าธรรมเนียมความปลอดภัยของสนามบินรวม 33 HK$

การเดินทาง

ในทางภูมิศาสตร์ ฮ่องกงมีขนาดเล็กและเป็นหนึ่งในเมืองที่มีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ราคาประหยัดและให้บริการเป็นประจำที่สุดในโลก
เส้นทางคมนาคมที่ต่อเชื่อมกับระบบรถไฟใต้ดิน (Mass Transit Railway – MTR) และเส้นทางรถประจำทางต่าง ๆ ได้แก่เครือข่ายเส้นทางรถไฟสายเกาลูน-แคนตัน เรลเวย์ (Kowloon Canton Railway – KCR) และรถไฟสายสั้น (Light Rail – LR) รถรางและเรือเฟอร์รี่ มีแท็กซี่วิ่งพร้อมให้บริการและการเดินทางทั่วเมืองตามปกติจะรวดเร็วและสะดวกมาก อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับเมืองใหญ่อื่น ๆ ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วน (8.00 น. – 10.00 น. และ 5.00 น. – 19.00 น.)

จัดกระเป๋าเดินทาง

ด้วยสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนของฮ่องกง จึงไม่จำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวไปตลอดปี เสื้อผ้าฝ้ายสวมใส่สบายเหมาะสมกับการเที่ยวที่สุด ยกเว้นช่วงกลางเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เมื่อปรอทอาจลดระดับลงถึง 10oC (50oF) ทว่าในช่วงฤดูร้อน ควรติดเสื้อสเวตเตอร์บางไปด้วย เนื่องจากตามภัตตาคารและโรงภาพยนตร์มักจะปรับเครื่องอากาศไว้เย็นจัด ฝนอาจตกในช่วงฤดูฝน (ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน) ดังนั้น จึงควรพกเสื้อกันฝนไปด้วยในช่วงนี้
สิ่งที่จำเป็นต้องนำติดตัวไปนั้นขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่จะทำให้นคร แห่งชีวิต ขอแนะนำให้เตรียมชุดว่ายน้ำสำหรับการเที่ยวชายหาด รองเท้าส้นเตี้ยสำหรับการเดินเที่ยว และชุดลำลองสำหรับการดินเนอร์ ควรสวมสูทอย่างเป็นทางการเมื่อติดต่อธุรกิจ สำหรับผู้ที่เตรียมออกตระเวณช้อปปิ้งมอลล์ของเหล่าดีไซน์เนอร์และตลาดกลาง คืนอันมีสีสัน ขอแนะนำให้เหลือที่ว่างในกระเป๋าไว้มาก ๆ เนื่องจากฮ่องกงนั้นขึ้นชื่อว่าสวรรค์ของนักช้อปโดยแท้

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของ ฮ่องกง

ย่านเซ็นทรัล ( Central )
เขตเซ็นทรัลถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจของ ฮ่องกง เป็นที่ตั้งของบริษัทธุรกิจชั้นแนวหน้าของเอเชีย ธนาคารนานาชาติ สำนักงานใหญ่ของรัฐบาล และศาลสูงสุด เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า ที่เป็นอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าอันทันสมัย ตลอดจนโรงแรมชั้นหนึ่ง ย่านเซ็นทรัลมีสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ยุคปัจจุบัน เช่นตึก Exchange square อาคาร Bank of China Tower และตึก Hong Kong Bank และยังมีถนนแบบขั้นบันไดอันเก่าแก่ อาคารสมัยอาณานิคมอันงามสง่า และสวนสาธารณะอยู่อีกด้วย

1. สวนสัตว์และสวนพฤกษชาติแห่ง ฮ่องกง (Hong Kong Zoological and Botanical Gardens) ถูกสร้างขึ้นเมื่อกลางศตวรรษที่ 19 ด้วยพื้นที่กว่า 5.4 เฮคแทร์ (Hectare) เดิมนั้นเป็นที่พำนักของผู้สำเร็จราชการ และต่อมาในปี 1040 ได้มีการขยายให้เป็นสวนสัตว์ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่ชาว ฮ่องกง นิยมมาออกกำลังกาย รำมวยจีนกันเป็นประจำ โดยจะเปิดประตูตั้งแต่ 6:00-22:00 น. ทุกวัน ไม่มีค่าผ่านประตู

2. สวนสาธารณะ ฮ่องกง (Hong Kong Park) มีพื้นที่กว่า 10 เฮคแทร์ตั้งอยู่กลางย่านเซ็นทรัล มีเรือนต้นไม้ น้ำพุ สระน้ำ สวนนก ภัตตาคาร และยังมีศูนย์ศิลปะ Hong Kong Visual Arts Centre และอัฒจรรย์ใหญ่ พิพิธภัณฑ์ชุดถ้วยชาก็อยู่ในบริเวณเดียวกันนี้ ประตูทางเข้าก็จะอยู่ทางด้านถนน Supream Court ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน MTR "Admiralty" เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่ 7:00-23:00 น.

3. Lan Kwai Fong เป็นตรอกแคบๆ ที่เมื่อก่อนนี้รู้จักกันในนาม Matchmakers alley ที่แห่งนี้เป็นย่านภัตตาคารและไนท์คลับ แบบทันสมัย




4. วิคตอเรียพีค (Victoria Peak) ภาพถ่ายของเกาะ ฮ่องกง ที่เต็มไปด้วยอาคารระฟ้า แสงสียามค่ำคืนของตึกสูงนั้น ได้มาจาก Victoria Peak นั่นเอง เพราะจุดนี้อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 554 เมตร เป็นย่านที่พักอาศัยที่หรูหราที่สุดบนเกาะ ฮ่องกง เดินทางโดยรถรางเพียง 8 นาทีก็ถึงยอดเขา จะมองเห็นทิวทัศน์ของ ฮ่องกง โดยรอบแบบ 360 องศาเลยทีเดียว บนนี้เองจะมีอาคารรูปทรงแปลกเรียกกว่า Peak Galleria ซึ่งเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ที่ประกอบด้วยร้านอาหารและร้านค้า และที่นี่เองยังเป็นที่ตั้งของ Ripley's Believe it Or Not อีกด้วย
สำหรับช่วง เวลาที่เหมาะแก่การชมทิวทัศน์จาก Victoria Peak แบบ Panorama จะต้องไปถึงประมาณบ่ายแก่ๆ จนกระทั่งมืดเพราะเป็นช่วงเวลาที่จะได้ชมทิวทัศน์โดยรอบของเมือง อ่าว หมู่เกาะทะเลจีนใต้ ฝั่งเกาลูน รวมถึงเนินเขา สวยงามมากเหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และพลบค่ำก็จะมีแสงไฟจากหลอดนีออนทั่วเมืองสว่างไสวสร้างความประทับใจไม่รู้ ลืม
หมายเหตุ : รถรางให้บริการที่สถานี Peak Tram เวลา 7:00-24:00 น. ค่าโดยสารเที่ยวเดียว 14 เหรียญ ไป-กลับ 21 เหรียญ

เขตตะวันตก (Western)
บริเวณนี้เป็นที่ยกพลขึ้นบกของชาวอังกฤษตั้งแต่สมัยอดีต (ในปี 1841) แต่ในปัจจุบันไม่มีร่องรอยดังกล่าวหลงเหลืออยู่เลย ประชากรส่วนใหญ่เป็นช่างฝีมือชาวจีนมาแต่ดั้งเดิม ตามถนนเต็มไปด้วยร้านขายของและแผงลอยขายสินค้าตั้งแต่สมุนไพรและโสม จนถึงเฟอร์นิเจอร์แกะสลักด้วยมือ

5. ตลาดตะวันตก (Western Market) อาคารตลาดสร้างใหม่อย่างงดงามในสไตล์โบราณแบบ Edwarian ตั้งอยู่หัวมุมของถนน Connaught และถนน Morrison ในย่านตะวันตก เปิดมาตั้งแต่ปี 1858 และมีการปรับปรุงใหม่ แล้วเสร็จและเปิดให้บริการอีกครั้งในปี 1991 เป็นตลาดสดแห่งแรกใน ฮ่องกง ปัจจุบันมีการจำหน่ายของที่ระลึก ร้านขายผ้า ฯลฯ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00-19:00 น.

6. มหาวิทยาลัยแห่ง ฮ่องกง (University of Hong Kong) เปิดตั้งแต่ปี 1911 โดยผู้ก่อตั้งนั้นคือ ดร.ซุน ยัด เซ็น (Sun Yat Sen) ซึ่งท่านคือประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนนั่นเอง ที่น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์ และ gallery แสดงศิลปะของมหาวิทยาลัยแห่ง ฮ่องกง ที่จัดแสดงศิลปะและวัตถุโบราณแบบจีน ที่นี่ยังเป็นที่เก็บสะสมเครื่องเคลือบที่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์สมัยราชวงศ์หยวน ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

7. ถนนฮอลลีวู้ดและถนนโล๊ค คู (Hollywood Road / Lok Ku Road) ที่นี่คือศูนย์รวมวัตถุโบราณของ ฮ่องกง เช่นเครื่องลายครามจีน เฟอร์นิเจอร์ที่ทำด้วยไม้พะยุง ภาพเขียน ของแปลกๆ ที่ Cat Street Galleries House อาคารสูง 4 ชั้น ซึ่งยังเป็นศูนย์รวมของร้านขายภาพเขียนและงานหัตถกรรม รวมถึงมีห้องแสดงศิลปะอีกด้วย

 




8. วัดมันโม (Man Mo Temple) ตั้งอยู่บนถนนฮอลลีวู้ด เป็นวัดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดวัดหนึ่งของ ฮ่องกง สร้างเพื่อเป็นการสักการะเทพเจ้า Kwan Kung เทพเจ้าแห่งสงครามและเทพเจ้า Man Cheong เทพเจ้าแห่งวรรณกรรม

หว่านไจ๋ (Wan Chai)
ยามค่ำคืนบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยแสงสีของไนท์คลับ ภัตตาคารจีน และบาร์ ส่วนกลางวันเป็นที่ตั้งของตลาดกลางแจ้ง และเส้นทางเดินเที่ยว "Wan Chai Green Trail" ที่จะเดินผ่านตัวเมืองขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเขา มีอาคารเก่าแก่ เช่นวัด Tai Wong (Hung Shing) อีกด้านหนึ่งของหว่านไจ๋ เป็นที่ตั้งของศูนย์แสดงศิลปะ สถาบันการแสดง และศูนย์การแสดงนิทรรศการของ ฮ่องกง หนึ่งในนั้นคือ ศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการ ฮ่องกง (Hong Kong Convention and Exhibition Centre : HKCEC) หากมองจากฝั่งเกาลูน จะมองเห็นกระจกที่หันมาทางด้านอ่าว ผนังกระจกนี่เองได้ชื่อว่า เป็นผนังกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของอาคาร Central Plaza สูง 78 ชั้น หนึ่งในอาคารที่สูงที่สุดในเอเชีย

คอสเวย์เบย์ (Causeway Bay)
อยู่ติดกับสวนสาธารณะวิคตอเรีย เป็นสถานที่หลบพายุไต้ฝุ่นของเรือประมงและเป็นที่ตั้งของสนามกีฬา Hong Kong Stadium และสโมสรเรือยอร์ช Royal Hong Kong Yatch Club เป็นอ่าวที่มีการสัญจรหนาแน่นที่สุดตลอดวัน สองข้างทางแน่นขนัดไปด้วยห้างสรรพสินค้า ตลาดกลางแจ้ง ร้านขายอาหารสำเร็จรูป โรงภาพยนตร์ บาร์ และภัตตาคาร

9. ปืนเที่ยงวัน (Noon Day Gun) ตั้งอยู่ในสวนเล็กๆ ตรงข้ามกับโรงแรม Excelsior ในอ่าวคอสเวย์ ตามชื่อของสถานที่ ก็บอกได้ว่า ที่นี่มีการยิงปืนเวลาเที่ยงของทุกวันมาเป็นเวลากว่า 40 ปี แต่ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 1997 ไม่มีการยิงปืนตอนเที่ยงวันอีก

10. วิคทอเรีย พาร์ค (Victoria Park) สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลาง Causeway Bay เป็นที่นิยมสำหรับผู้รักการออกกำลังกาย โดยมีสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และเลนสำหรับไว้วิ่งออกกำลังกาย นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งชุมนุมของประชาชน ที่มาร่วมฉลองในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่นวันตรุษจีน และเทศกาลฉลองฤดูใบไม้ร่วง
ในช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์, วิคทอเรีย พาร์ค จะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาออกกำลังกาย และมีการแสดงดนตรี แม้แต่การแสดงกายกรรมให้ได้ดูกันด้วย
>> หมายเหตุ : วิคทอเรีย พาร์ค ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ โรงแรม Park Lane บนถนน Gloucester (กลอซเตอร์) ลงรถไฟ MTR ที่สถานี Causeway Bay และมุ่งหน้าไปทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 2 ช่วงตึก

11. อุทยานโอวบุ้นโฮ้ว (Aw Boon Haw Gardens) สร้างในปี 1935 โดยเศรษฐีใจบุญชื่อ โอวบุ้นโฮ้ว ด้วยกำไรจากกิจการยาหม่องตราเสือ ภายในอุทยานนั้น มีรูปปั้นตัวละครในนิยายจีนโบราณ เปิดให้ชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่ 9:30-16:00 น.
>> หมายเหตุ : รถประจำทาง No. 11 จากย่านเซ็นทรัล หรือ จากรถไฟใต้ดิน MTR ลงที่สถานี Causeway Bay และนั่ง Taxi เพียงไม่กี่นาที

เขตตะวันออก (Eastern)
บริเวณด้านตะวันออกของสวนสาธารณวิคตอเรียเป็นย่านอุตสาหกรรมหนัก แต่มีอาคารร้านค้าทันสมัย และแหล่งบันเทิงต่างๆ เช่น Cityplaza ที่ Taikoo Shing ส่วนบริเวณ Shau Kei Wan และ Chai Wan เป็นย่านที่อยู่ของชาวจีน มีตลาดและวัดอยู่มาก

เขตใต้ (Southern)
จากชายฝั่งด้านเหนือมาประมาณ 40 นาที โดยรถโดยสารประจำทาง หรือแท็กซี่ เป็นที่ตั้งของเขตใต้โดยมีสถานที่ที่น่าสนใจหลักๆ คือ

12. อาเบอร์ดีน (Aberdeen) เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เงียบสงบ แต่ปัจจุบันกลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านภัตตาคารลอยน้ำอันลือชื่อ มีอาหารทะเลรสเลิศ และมีประชากรที่อาศัยอยู่บนเรือ ในยามค่ำคืน แสงสีจากไฟนีออนส่องแสงเป็นประกาย ทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยงาม สามารถเดินทางไปภัตตาคารได้โดยรถยนต์

13. โอเชียนปาร์ค / มิดเดิ้ลคิงดอม / วอเตอร์เวิร์ลด์ (Ocean Park / Middle Kingdom / Water World) โอเชียนปาร์คเป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ อยู่ระหว่างอาเบอร์ดีนและหาดรีพัลส์เบย์ สิ่งที่ดึงดูดความสนใจคือ กระเช้าลอยฟ้า และบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวเป็นอันดับสองของโลก, แนวประการัง,ตู้ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก, การแสดงของสัตว์น้ำ, บ้านผีเสื้อ, หอคอยโอเชียนปาร์คที่สูงถึง 72 เมตร, สวนไดโนเสาร์ Dinosaur Discovery Trail, รถไฟเหาะขนาดใหญ่ และเครื่องเล่นอีกมากมาย ติดๆ กับโอเชียนปาร์คนั้นก็คือพิพิธภัณฑ์มิดเดิ้ลคิงดอม ที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีน พระราชวังโบราณ เจดีย์ วัดและถนนหนทาง อีกใกล้ๆ กันคือวอเตอร์เวิร์ลด์ ซึ่งเป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ที่เปิดให้บริการตลอดฤดูร้อน

14. หาดรีพัลส์ เบย์ (Repulse Bay)
อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ เป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ มีหาดทรายเล่นน้ำได้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดเจ้าแม่กวนอิม ที่เป็นที่เคารพและสักการะของชาวประมงในอดีต โดยสามารถขึ้นรถโดยสารได้ที่สถานีรถโดยสารตรงย่านเซ็นทรัล โดนสายที่ไปถึงได้ คือสาย Stanley ค่าโดยสารประมาณ 5 เหรียญ ฮ่องกง

15. ตลาดสแตนลีย์ (Stanley Market)
เป็น จุดที่มีชีวิตชีวาอีกแห่งหนึ่ง อยู่ทางชายฝั่งตอนใต้ของเกาะ ฮ่องกง นักท่องเที่ยวและชาว ฮ่องกง นิยมแวะที่ตลาดกลางแจ้งของหมู่บ้านสแตนลีย์ สินค้ามีอยู่มากมาย เช่นเสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องหวาย ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ผ้าลินิน และเครื่องนอน นอกจากนี้ยังมีบาร์ ภัตตาคาร ร้านค้ามากมายน่าสนใจ และมีชายหาดใกล้ๆ ด้วย

 


16. ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

อาณาจักรแห่งจินตนาการ ฉลองจิตวิญญาณแห่งแฟนตาซี โลกแห่งอนาคต และหัวใจรักการผจญภัย มิคกี้เมาส์รอต้อนรับคุณสู่ดินแดนแห่งความสุขที่สุดของโลกใบนี้ พร้อมเครื่องเล่นมากมายที่มีเฉพาะที่นี่ที่เดียวในฮ่องกง


 

 

ราคาพิเศษสำหรับโรงแรม

ล็อกอิน

ป้ายโฆษณา