ซ่างไห่ หรือ เซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำแยงซีเกียง เป็นเขตการปกครองระดับเขตการปกครองพิเศษแบบเทศบาลนคร ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับมณฑล พื้นที่อยู่ในมณฑลเจ้อเจียงแต่ไม่ได้ขึ้นกับมณฑล การปกครองขึ้นตรงกับรัฐบาลกลาง มีท่าเรือที่มีจำนวนเรือคับคั่งที่สุดในโลกตามมาด้วยสิงคโปร์ และร็อตเตอร์ดัม เซี่ยงไฮ้ในอดีตเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง แต่ในปัจจุบันเซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุด ในจีน เต็มไปด้วยร้านค้า สิ่งก่อสร้าง ถนนเต็มไปด้วยรถ จักรยาน และผู้คน สิ่งที่พบเห็นได้มากในเมืองนี้ จนอาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ คือต้นเมเปิลที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งปลูกโดยในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเซี่ยงไฮ้
ภูมิประเทศ
มีสัดส่วนเป็น 0.06% ของพื้นที่ทั่วประเทศ ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นเทือกเขาเล็กๆยาวเหยียด เขตเมืองเป็นที่ราบกว้างใหญ่ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 4 เมตร มีเกาะหนึ่งเกาะ (เกาะฉงหมิง ) มีพื้นที่ 1,041 ตร.กม ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ
ภูมิอากาศ
อยู่ในเขตมรสุมร้อนเอเชียเหนือ แบ่งเป็น 4 ฤดูชัดเจนและมีปริมาณฝนและแสงแดดที่เพียงพอ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงระยะเวลาค่อนข้างสั้น ฤดูหนาวและร้อนค่อนข้างยาวนาน
ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง
ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง ตั้งอยู่ทางตะวันออกของผู่ตง ในเขตเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประตูหลักสู่ประเทศจีน รองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศกว่า 17 ล้านคน ในปีพ.ศ. 2549 มากกว่าท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง และยังเป็นท่าอากาศยานหลักของไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ และเซี่ยงไฮ้แอร์ไลน์
ท่าอากาศยานผู่ตง เปิดใช้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 ให้บริการด้วยอาคารผู้โดยสาร 1 หลัง และทางวิ่ง 1 เส้น ต่อมาในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2548 เปิดใช้ทางวิ่งเส้นที่ 2 และกำลังก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2550 ส่วนแผนแม่บทระยะยาวนั้น จะมีอาคารผู้โดยสารทั้งหมด 3 หลัง และอาคารเทียบเครื่องบินระยะไกลอีก 2 หลัง รวมถึงทางวิ่งทั้งหมด 5 เส้น สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 80 ล้านคนต่อปี

หอไข่มุก (The Oriental Pearl Tower)
หอไข่มุกเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเอเชียและสูงเป็นอันดับ 3 รองจากแคนนาดาและรัสเซีย หอไข่มุก สูง 468 เมตร หนัก 120,000 ตัน ภายในหอไข่มุกเป็นเสาปล่องกลวงมีลิฟท์ความเร็ว 7 เมตร/ 1 วินาที



นานจิงลู่
ถนนนานจิง หรือ นานจิงลู่ เป็นย่านช็อปปิ้งเก่าแก่ที่สุดของเซี่ยงไฮ้ เป็นตลาดซื้อขายของกันคึกคักตั้งแต่ทศวรรษ 1920 ตั้งอยู่ฝั่งผู่ซี กินพื้นที่ยาวตั้งแต่ฝั่งตะวันตกของ “เดอะ บันด์” ถึง “พีเพิลส์ สแควร์” เป็นแหล่งช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมจากทั่วโลก ช่วงเทศกาล ตรุษจีน ปีใหม่ และคริสต์มาส ชาวเซี่ยงไฮ้และนักท่องเที่ยวจะมารวมตัวกันฉลองความสุขสันต์บนถนนสายนี้ พื้นที่ด้านตะวันออกของนานจิงอนุรักษ์เป็นถนนคนเดิน ถือเป็นอีกย่านที่น่าเดินน่าช็อปที่สุดในเซี่ยงไฮ้ เพราะมีร้านจีนๆซุกซ่อนอยู่สลับกับห้างหรูตลอดสองข้างทาง นานจิงลู่ นี้ยังอยู่ใกล้กับ หาดไว่ทัน เราสามารถเดินไปชมความงดงามของ หอไข่มุก ยามค่ำคืนได้อีกด้วย

หาดไว่ทัน หรือ เดอะบันด์ (The Bund (Waitan)
“เดอะ บันด์” สัญลักษณ์เซี่ยงไฮ้ยุคเก่า หรือ “หาดไว่ทัน”
เดอะบันด์ของเซี่ยงไฮ้คือ ย่านถนนริมแม่น้ำที่มีความยาว 1.5 กม. ไปตามริมแม่น้ำหวงผู่ ฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าของมหานคร เซี่ยงไฮ้นั้นแบ่งเป็นเขตเมืองเก่าและเขตเมืองใหม่ เมืองเก่านั้นเรียกว่าฝั่งผู่ซี่ (Puxi) และฝั่งเมืองใหม่เรียกว่าฝั่งผู่ตง (Pudong) มีแม่น้ำหวงผู่แบ่ง เมืองเซี่ยงไฮ้ออกเป็นสองฝั่งคล้ายแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านเราที่แบ่งกรุงเทพฯ ออกเป็นฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนครนั่นแหละ และบรรยากาศของสองฝั่งแม่น้ำก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน หาดไว่ทัน หรือเมืองเก่า เป็นที่ถ่ายทำภาพยนต์เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ อีกทั้งเคยเป็นที่ตั้งของตึกที่ทำการบริษัทใหญ่ๆ ธนาคารชั้นนำ และสถานกงสุลประเทศต่างๆทั่วโลก ลักษณะของอาคารเป็นสไตล์ยุโรปโบราณ และยังคงอนุรักษ์ไว้อย่างดี บางแห่งดัดแปลงเป็นออฟฟิศและเรสเตอรองต์หรูๆ ใครมาเยือนเซี่ยงไฮ้ ต้องแวะชมความงามแบบคลาสสิกของ “เดอะ บันด์” จึงเรียกได้ว่ามาถึงเซี่ยงไฮ้
หาดว่ายทาน นี้ยังอยู่ใกล้ นานจิงลู่ ถนนคนเดินเป็นแหล่งช๊อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมและสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมของคนไทย และ หาดว่ายทาน นี้เรายังมองเห็น หอไข่มุก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้
รถไฟฟ้าแม่เหล็ก แม็กเลฟ "Maglev"
“แม็กเลฟ” รถไฟฟ้าแม่เหล็กความเร็วสูง
รถไฟฟ้าแม่เหล็กยกระดับ หรือแม็กเลฟ ย่อมาจาก Manetic Leviation ถือเป็นสัญลักษณ์ความทันสมัยล่าสุดของเซี่ยงไฮ้ เริ่มสร้างเดือน มี.ค. ปี 2001 และให้บริการครั้งแรกเดือน ม.ค. ปี 2003 เป็นรถไฟฟ้าแม่เหล็กความเร็วสูงที่ให้บริการเพื่อการค้าเป็นสายแรกของโลก โดยวิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 430 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 7 นาที 20 วินาที จากสนามบินผู่ตงสู่ตัวเมือง ค่าตั๋วตกราว 50 หยวน หรือ 250 บาท แต่ถ้าเป็นผู้โดยสารเครื่องบิน คิดค่าบริการเพียง 40 หยวน ตีตั๋วไปกลับก็ 80 หยวน แม้ราคาจะไม่สูงนัก แต่ชาวเซี่ยงไฮ้ยังไม่นิยมใช้บริการ เพราะติว่าเวลาให้ บริการจำกัดแค่ 7 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่ม เส้นทางวิ่งก็สั้น
ทางผมเองได้มีโอกาสไปนั่ง ช่วงเวลากลางคืน ซึ่งวิ่งได้สูงสุดอยู่ที่ 301 กม./ชม. ทางการเซี่ยงไฮ้มีแผนขยายเส้นทางการวิ่งไปยังสนามบินหงเฉียว โดยแวะจอดที่สถานีรถไฟเซี่ยงไฮ้ใต้ และสถานที่จัดงานเอ็กซ์โป 2010 รวมทั้งเชื่อมต่อไปยังหังโจว ถ้าสร้างเสร็จเมื่อไหร่ การเดินทางระหว่างสนามบิน 2 แห่งของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งห่างกัน 55 กิโลเมตร จะใช้เวลาเพียง 15 นาทีการก่อสร้างจะเริ่มต้นสิ้นปีนี้ และแล้วเสร็จภายในปี 2010 นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างเส้นทางรถไฟวิ่งต่อไปถึงปักกิ่งด้วย.
ตลาดหลงหัว
เป็นตลาดที่ขายของบนอาคารเหมือนPlatinum ประตูน้ำ ขายของก๊อปเกรดA, B มีทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า กางเกง สินค้าแฟชั่น แม้กระทั่งของอิเล็คโทรนิคต่างๆมากมาย
อุโมงค์เลเซอร์ (The Bund sightseeing tunnel)
รถไฟลอดอุโมงค์เลเซอร์ เป็นอุโมงค์ลอดแม่น้ำสายแรกในประเทศจีน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถรางได้ เพื่อข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามใช้เวลาประมาณ 5 นาที ภายในอุโมงค์ตกแต่งด้วยเเสงเลเซอร์ เป็นรูปต่าง ๆ ตื่นตาตื่นใจ
อุโมงค์เลเซอร์ มีความลึกลงไปจากพื้นแม่น้ำ 9 เมตร ความยาว 646.70 เมตร สร้างเสร็จ เมื่อปี ค.ศ. 2000 รถอุโมงค์นี้สามารถ รับ – ส่งนักท่องเที่ยวได้ ชั่วโมงละ 5,280 คน
ภัตตาคารโกลเด้นจากัวร์ (Golden Jaguar)
ภัตตาคารโกลเด้นจากัวร์ ซึ่งเป็นภัตตาคารเลิศหรู และมีอาหารนานาหลายชนิด ภายในภัตตาคารแห่งนี้ จะเเบ่งเป็นโซนๆ มีทั้งหมด 12 โซน โซนอาหารจีน โซนอาหารยุโรป โซนติ๋มซำฉบับกวางตุ้ง โซนอาหารไต้หวัน โซนอาหารอินเดีย โซนอาหารเกาหลี โซนอาหารญี่ปุ่น โซนอาหารไทย โซนผลไม้และเครื่องดื่ม โซนอาหารบางส่วน การถูกวางเรียงราย เป็นระเบียบ อยู่บนเรือ ทำให้นักท่องเที่ยว ทำให้เกิด ทัศนียภาพ อีกมุมหนึ่งจาก ของภัตตาคาร ลักษณะ ของการกินอาหารภัตตาาคารแห่งนี้ จะมีลักษณะเป็น บุฟเฟ่ต์ (จะคิด เป็นรายคน คนละ 220 หยวน หรือ 1500 บาท) นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสอาหารต่างๆที่เป็นจุดเด่น และทำให้ เกิดความประทับใจไม่รู้ลืม

| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|