อเมซิ่งอีสาน - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ประเทศไทยประกอบด้วย 4หรือ 6ภาค ขึ้นอยู่กับว่าคุณถามใคร ในปีที่ผ่านมามีการจำแนกลักษณะของภูมิภาคเพิ่มขึ้น เพื่อเน้นถึงลักษณะความแตกต่างของแต่ละภูมิภาค ไม่ว่าจะมี 4 หรือ 6 ภูมิภาคก็ตาม แต่ที่แห่งหนึ่งที่ไม่เคยลืมคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือที่เรียกว่าอีสานนั่นเอง ภาษา ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพื้นที่ขนาดใหญ่ และประชากรทั้งหมดของภูมิภาค มีความแตกต่างจากภาคกลางอย่างเป็นทางการ หรือแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวเยอะอย่างภาคเหนือและภาคใต้
ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อีสานคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และประกอบด้วย 19 จังหวัด ซึ่งประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดในประเทศไทย ภูมิภาคล้อมรอบด้วย ประเทศกัมพูชาทางทิศใต้ และประเทศลาวไปทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ ในขณะที่ข้อจำกัดของชาวตะวันตกส่วนใหญ่คือ ทางด้านวัฒนธรรม แม้จะมีภูเขาบางที่ที่อุดมสมบูรณ์ และหุบเขา แม่น้ำ ในภาคอีสานเหนือ พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคมีความแห้งแล้ง ดินไม่ดี ซึ่งได้มีการเพาะปลูกอย่างหนาแน่น ตั้งแต่การตัดไม้ทำลายป่าเกือบทั้งหมดของภูมิภาค ทำให้ไม่สามารถคาดเดาสภาพภูมิอากาศได้และภูมิภาคนี้มีประวัติเกี่ยวกับภัยแล้งอย่างหนักมาหลายปี และตามมาด้วยน้ำท่วม
พื้นที่ของอีสานในตอนนี้ แต่ก่อนนี้ประชากรเป็นคนเขมร และในระหว่างการปกครองของอาณาจักรเขมรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการจัดศูนย์ยุทธศาสตร์ในอีสานแต่ยังคงเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่มีประชากรเบาบางอยู่ ในปี พ.ศ.1843อาณาจักรลานซานซึ่งเป็นศูนย์กลางในประเทศลาวมีการแพร่กระจายและตั้งถิ่นฐานในภูมิภาคนี้และต่อมาสยาม(ประเทศไทยในปัจจุปัน)ได้กระจายอิทธิพลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสู้รบกกันกับลาว และนี่คือการไหลเข้าของประชากรครั้งสำคัญ ฝรั่งเศษบุกเข้ายึดพื้นที่ในปี พ.ศ.2343 แต่ทำสนธิสัญญาให้อีสานแก่สยามในขณะที่ฝรั่งเศษอยู่ในลาวซึ่งปัจจุบันเป็นประเทศลาว เนื่องจากประวัติศาสตร์นี้คนอีสานหลายๆคนจึงอ้างว่าตัวเองเป็นลาวก่อนจึงค่อยมาเป็นไทย แสดงความภูมิใจในมรดกและประเทศชาติในปัจจุบันของพวกเขา
ภาษา
ประชาชนในภาคอีสานเรียนภาษาไทยกลางในโรงเรียนแต่ภาษาที่ใช้ที่บ้านของพวกเขา คือภาษาลาวอีสาน หรือภาษาเขมรอีสาน(ในจังหวัดทางตอนใต้ที่ติดกับชายแดนประเทศกัมพูชา)จำนวนของภาษาอื่นๆส่วนที่เหลือจากภายใต้อิทธิพลของเขมรในภูมิภาคนี้ จะจำกัดใช้ในชุมชนเล็กๆและภาษาพูดที่พูดส่วนใหญ่จะเป็นทั้งภาษาถิ่นลาวและเขมรในบริเวณโดยรอบ
เขมรอีสาน จริงๆประกอบด้วยชุดของภาษาถิ่นที่พบทั้งหมดในจังหวัดทางตอนใต้ของอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศกัมพูชา รอยประวัติศาสตร์ไม่ชัดเจนตามที่ระบุไว้ในปัจจุบันและคนที่พูดภาษาเขมรยังมีญาติพี่น้องที่อยู่ทั้งสองฝั่งของชายแดน ภาษานี้ไม่เกี่ยวข้องกับภาษาไทยและภาษาลาว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแตกต่างในเรื่องของภาษาที่ไม่มีวรรณยุกต์หรือเสียงสูงต่ำ
ลาวอีสานถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาลาวถึงแม้ว่าภาษาไทยกับภาษาลาวจะมีความคล้ายกันมาก ซึ่งมันยากที่จะบอกเส้นแบ่งเขตของภาษาถิ่นที่แยกออกไปเป็นภาษาไทย ไวยกรณ์ของทั้งสองภาษาเกือบจะเหมือนกัน และหลายๆคำใช้ร่วมกัน ตัวอย่างของความแตกต่าง เช่น ภาษาไทย คำว่า"รัก เรือน ช้าง ชื่อ" ภาษาลาว"ฮัก เฮือน ซ่าง ซือ"เป็นต้น คำเหล่านี้ยังคงสามารถเข้าใจและถือว่าเป็นความแตกต่างของการออกเสียงโดยคนไทย
ตัวอย่างภาษา
ไทย "พรุ่งนี้คุณจะไปทำงานไหม"
ลาวอีสาน"มื่ออื๊นเจ่าสิไป่เฮ็ดเวียกบ่"
คนอีสานเป็นที่รู้จักกันว่าพูดเร็ว และเพราะภาษาถิ่นที่แตกต่างกันของพวกเขาซึ่งเป็นหลักในการขยายคำศัพท์หลักของพวกเขาผ่านภาษาไทยปกติ มักจะพบว่าพวกเขาเป็นการ์ตูนมีเชาว์ด้วย
วัฒนธรรมอีสาน
วัฒนธรรมอีสานมีองค์ประกอบพื้นฐานเหมือนกันกับประเทศลาว ประเทศไทยและประเทศกัมพูชา อีสานเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ในชนบทและผู้คนจากภูมิภาคถูกดูถูกว่าเป็นคนบ้านนอก คนอีสานมีความภูมิใจในมรดกและวัฒนธรรมที่แตกต่างของพวกเขา ซึ่งทำให้พวกเขาแตกต่างจากส่วนอื่นๆของประเทศ
อาหารในภาคอีสานแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจากอาหารไทย อาหารอีสานมีรสเผ็ดมากๆและลักษณะของอาหารซึ่งทานง่ายกับข้าวเหนียว ข้าวเหนียวนี้จะแตกต่างจากข้าวปกติและแช่น้ำแล้วนึ่ง จะเหนียวติดกันเมื่อปั้นเป็นก้อน ปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนกลมแล้วจุ่มกับอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งส้มตำและลาบ อาหารอีสานยังรวมถึงแมลง กบ งู และนกชนิดต่างๆ เป็นแหล่งกำเนิดของเรื่องตลก"หากคุณต้องไปอีสานและมีชีวิตอยู่ อย่าขยับ"
เศรษฐกิจของอีสานส่วนใหญ่ยังคงขึ้นอยู่กับการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตข้าว อย่างไรก็ตามเนื่องจากภัยแล้งที่ค่อนข้างบ่อยและน้ำท่วม เกษตรกรส่วนใหญ่กระจายพืชผลของพวกเขา ปลูกผลไม้และผัก ภูมิภาคนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับฝูงวัวและควายในทุ่งหญ้าเนื่องจากสัตว์เหล่านี้สามารถหาอาหารบนหญ้าและฟางข้าวในช่วง 6-7เดือนของฤดูแล้ง จังหวัดนครราชสีมา(เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโคราช)คือประตูอีสานไปสู่ ตลาดและประตูเมืองของกรุงเทพฯและดังที่กล่าวมาจึงเป็นศูนย์การผลิตที่สำคัญ เนื่องจากฤดูแล้งเป็นเวลานานและมีจำนวนประชากรในภูมิภาคหนาแน่น คนอีสานหลายๆคนจึงโยกย้ายตามฤดูกาลไปทำงานในสถานที่อื่นๆ ส่วนใหญ่ทำงานแรงงานในกรุงเทพฯและทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพัทยาและภาคใต้ของประเทศไทย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน
อีสานเป็นภูมิภาคที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในประเทศไทย ส่วนใหญ่เพราะมันอยู่ไกลจากชายหาดของภาคใต้และไม่เป็นที่รู้จัก เมื่อเร็วๆนี้ในความภูมิใจของอีสาน ความสนใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวในภูมิภาคเพิ่มขึ้นทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ
ภูเขาในตอนเหนือของอีสาน โดยเฉพาะภูเรือและภูกระดึงในจังหวัดเลย มีนักท่องเที่ยวมากขึ้นในช่วงฤดูหนาวเมื่อเส้นทางภูกระดึงเปิดให้ท่องเที่ยว ก็จะเต็มไปด้วยนักเดินทางไกลด้วยเท้าในทันที แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปถึงจุดบนสุดของการปีนเขาที่ลำบากนี้
ซากปรักหักพังของอารยธรรมขอมหรือเขมร ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งของภูมิภาค สองแห่งที่เด่นชัดและยอดเยี่ยมที่สุด คือปราสาทหินพิมายในจังหวัดนครราชสีมา และปราสาทหินพนมรุ้งในจังหวัดบุรีรัมย์สถานที่สองแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับความพยายามและตั้งใจในการก่อสร้างปราสาทด้วยหิน ปราสาทหินพนมรุ้งตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ สามารถมองเห็นที่ราบภาคอีสานใต้และนำเสนอการก่อสร้างที่งดงาม
งานเทศกาลก็เป็นอีกอย่างที่ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา แต่ที่มากก็คือเทศกาลบุญบั้งไฟ จัดขึ้นในจังหวัดของภาคอีสาน เทศกาลบุญบั้งไฟในจังหวัดยโสธรเป็นที่รู้จักมากที่สุดและมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมบั้งไฟขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นและยิงไปในอากาศให้สูงที่สุดของฤดูร้อนเพื่อขอฝนและแน่นอนเพื่อการแข่งขัน บั้งไฟพญานาคที่จัดที่จังหวัดหนองคายในเดือนตุลาคม เป็นเหตการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เทศกาลนี้ทำให้ผู้ที่มีความเชื่อและศรัทธามารวมกันดูพญานาคในแม่น้ำโขงที่ลึกลับพ่นไฟ ไม่ว่าจะเป็นการพ่นไฟของพญานาคหรือเกิดจากฝีมือของมนุษย์ก็ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้
คนอีสานเป็นที่รู้กันว่าเป็นคนรักสนุกและเป็นกันเอง และนี่คือการแสดงออกผ่านทางดนตรีและขนบธรรมเนียมประเพณีของพวกเขา ใช้เครื่องเป่าที่เรียกว่า แคน นักดนตรีมากับนักร้องพร้อมทั้งบทกวีต่างๆ หรือวงแบบเต็มรูปแบบกับกลอง เครื่องดนตรีสายเรียกว่าพิน และโปงลาง ดนตรีที่เป็นที่นิยมที่สุดคงต้องเป็นหมอลำ
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|