Login With Facebook
ป้ายโฆษณา

Google translation

English Arabic Chinese (Simplified) Dutch French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Thai
อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย oui   
AddThis Social Bookmark Button

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย



ตึกแฝดเปโตรนาส (Petronas Twin Towers)

ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก ที่สูงตระหง่านถึง 452 เมตร มีด้วยกัน 88 ชั้น ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 20,000 ล้านบาท ซึ่งเจ้าของตึกนี้เป็นเจ้าของน้ำมันยี่ห้อเดียวตึกนั่นเอง ส่วนการออกแบบตึกได้รับแรงบันดาลใจจากเสาหินทั้ง 5 ของอิสลาม ผสมผสานกับโครงเหส็กที่ท่อหุ้มในแต่ละจุด ทำให้เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตามากเลยทีเดียว ภายในตึกนี้จะเป็นแหล่งความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี บันเทิง และแหล่งซ็อบปิ้งขนาดใหญ่นั่นคือ ห้างสรรพสินค้า ซูเลีย ห้างสรรพสินค้าที่มีสินค้าแบรนด์เนมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่ชั้น 4 ของ KLCC นี้ เรียกว่า เปโตรซายน์ส (Petrosains) เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยมากที่สุด แห่งหนึ่ง ที่ศูนย์แห่งนี้เปิดทุกวันตั้งแต่ 14.30 - 19.00 น. ปิดทุกวันจันทร์
ที่นี่มีศูนย์กลางคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถสอบถามได้ทุกอย่างโดยผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ ส่วนมากจะ เป็นเด็กๆ ส่วนใหญ่ ทั้งมากับผู้ปกครอง และมาทั้งห้องเรียน แบบทัศนศึกษา ที่นี่จะเน้นความรู้เกี่ยวกับน้ำมัน เพราะประเทศมาเลเซีย ก็เป็นแหล่งผลิตน้ำมัน รายใหญ่เช่นกัน และมีการย้อนสู่อดีตเมือ 200 ล้านปีก่อน จำลองเป็นไดโนเสาร์ และการค้นพบแหล่งน้ำมัน


หอคอยเคแอล ทาวเวอร์ (KL Tower)

หรือ มีอีกชื่อว่า เมนาร่า กัวลาลัมเปอร์ (Menara Kuala Lumpur) เป็นหอคอยที่มีความสูงปลายยอดที่ 421 เมตร ถือเป็นหอคอยที่สูงเป็นอันดับที่ 4 ของโลก

หอคอยเคแอล ทาวเวอร์ ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะบูกิต นานาส สร้างเสร็จและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปด้านบนได้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2539 หอคอยแห่งนี้นอกจากจะทำเป็นจุดชมวิวเมืองกัวลาลัมเปอร์สำหรับนักท่องเที่ยว แล้ว หอคอยเคแอลแห่งนี้ยังเป็นหอส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์อีกด้วย

ใครที่เที่ยวอยู่ในเมืองกัวลาลัมเปอร์ จะสามารถมองเห็นหอคอยนี้ได้จากแทบทุกมุมของกัวลาลัมเปอร์เลยทีเดียว

จุด ชมวิวบนหอคอย (Observation Deck) จะอยู่ที่ความสูง 276 เมตร พอขึ้นไปถึงด้านบนจะมีกล้องส่องทางไกลตั้งอยู่รอบๆ รวมถึงมีหูฟังแจกเพื่อฟังคำบรรยายเกี่ยวกับสถานที่ในแต่ละมุมที่เราเห็น ซึ่งทางทิศตะวันออกของหอคอยจะเห็น ตึกแฝดเปโตรนาส อย่างชัดเจน และทางทิศใต้จะเห็นย่านบูกิต และอาคารแฝดของห้างสรรพสินค้า ของ Berjaya Times Square

นอก จากนั้นด้านบนของหอคอยแห่งนี้ยังมีร้านอาหารที่หมุนไปรอบๆ เพื่อเพิ่มบรรยากาศในการรับประทานอาหาร ซึ่งร้านอาหารสามารถบรรจุลูกค้าได้ถึง 250 คน

ในทุกๆ ปีจะมีการจัดการแข่งขันวิ่งขึ้นบันไดขึ้นหอคอยเคแอล

การเข้าชมหอคอย

เวลาเปิดทำการ : 09.00-22.00น. ทุกวัน (จำหน่ายตั๋วถึง 21:30 น.)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ RM38 เด็ก RM28


จตุรัสเมอร์เดก้า ( Merdeka Square)

เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ที่ใครมาเที่ยวกรุงกัวลาลัมเปอร์ ก็ต้องมาเดินที่จัตุรัสกลางเมืองหลวงของมาเลเซีย อันเป็นสถานที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ของชาติ และของประชาชนชาวมาเลเซีย เพราะเป็นสถานที่จัดพิธีคืนความเป็นเอกราชให้กับเจ้าของประเทศ หลังจากตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตกนานถึง 446 ปี (ค.ศ 1511–1957 )
เริ่มจากประเทศโปรตุเกส ที่บุกมาทางเรือและเข้ายึด เมืองมะละกา อันเป็นเมืองท่า จากนั้นก็อยู่ภายใต้การปกครองของชาวดัทช์ และอังกฤษในเวลาต่อมา จนมาถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2500 ( 31 August 1957 ) หรือเมื่อ 49 ปี ที่ผ่านมา มาเลเซียก็ได้อธิปไตยกลับคืนมาจากประเทศอังกฤษ พร้อมกับมีการชักธงชาติของมาเลเซียขึ้นสู่ยอดเสาเป็นครั้งแรก ณ บริเวณจตุรัสแห่งนี้ และในวันที่ 31 สิงหาคม ของทุกปี จะมีพิธีสวนสนามและเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ มีประชาชนชาวมาเลเซียร่วมในพิธีหลายหมื่นคน
ซึ่งก็นับว่าเป็นเสาธงที่สูงที่สุดในโลก สูงถึง 100 เมตร


ที่ฝั่งตรงข้ามจัตุรัสเมอร์เดก้า จะเป็นตึกสุลต่านอับดุลซามัด เป็นหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1897 ตั้งชื่อตามพระนามขององค์สุลต่านผู้ปกครองรัฐ และเป็นที่ตั้งของหน่วนงานรัฐบาลในสมัยที่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

รูปแบบของอาคารเป็นแบบมาโฮเม็ตหรือซาราเซ็นสมัยใหม่ ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐที่มีขนาดใหญ่สุดในสมัยนั้น ปัจจุบันอาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของศาลฎีกาและพิพิธภัณฑ์สิ่งทอ

 


มัสยิสสีชมพู

"มัสยิดปุตรา" สีชมพู ก่อสร้างด้วยหินแกรนิตสีกุหลาบ จุคนได้ 15,000 คน กำแพงห้องใต้ดินมีลักษณะเหมือนมัสยิดกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 ที่เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก มีความสูงจากระดับพื้นดินถึงยอดโดมประมาณ 2,500 ฟุต ส่วนหอสูงด้านข้าง ที่ได้รับอิทธิพลจากมัสยิดซิคก์ โอมาร์ ในกรุงแบกแดด สูง 116 เมตร มีด้วยกัน 5 ชั้น แสดงถึงหลัก 5 ข้อของศาสนาอิสลาม ปัจจุบันมัสยิดปุตราเป็นแห่งเดียวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชม เพียงแต่ต้องแต่งกายเรียบร้อย และสวมทับด้วยเสื้อคลุม(สีชมพู) ที่มีจัดเตรียมไว้ให้ที่ด้านหน้ามัสยิด

 

 

ราคาพิเศษสำหรับโรงแรม

ล็อกอิน

เกี่ยวกับบทความ