เมืองมัณฑะเลย์
ปัจจุบันนี้มีฐานะเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของพม่ารองจาก ย่างกุ้ง เป็นราชธานีสุดท้ายของราชวงศ์พม่า ก่อนที่ระบอบกษัตริย์จะถูกโค่นล้มลงและก่อนจะตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
ก่อนเสียกรุงศรีครั้งที่ 2 : พระเจ้าอลองพญาส่งกองทัพมารุกรานกรุงศรีอยุธยาแต่เกิดเหตุปืนใหญ่ระเบิดสิ้นพระชนม์จนต้องทัพทัพกลับไป จนกระทั่งพระเจ้ามังระแห่งกรุงอังวะได้ยกทัพใหญ่มาตีครั้งใหม่กรุงศรีอยุธยาทำให้เราต้องเสียกรุงครั้งที่ 2
หลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2310 หลังจากนั้นเพียง 57 ปี ในปีพ.ศ. 2367 กองทัพอังกฤษยกทัพเรือล่องขึ้นมาตามอิระวดี เข้ายึดพม่าจากทางตอนใต้บุกขึ้นสู่ภาคเหนือของประเทศพม่า จากเมืองหลวงกรุงอังวะพม่าย้ายเมืองมาเป็นตั้งเมืองหลวงที่เมืองอมรปุระ สงครามระหว่างอังกฤษกับพม่าก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ พม่ารบแพ้อังกฤษ ครั้งแล้วครั้งเล่า สงครามที่พม่าเหมือนจะไม่มีทางชนะ พระเจ้ามินดงย้ายเมืองหลวงอีกครั้งจากเมืองอมรปุระย้ายมาสู่เมืองมัณฑะเลย์ เพื่อเป็นการถือฤกษ์เอาชัยแก้เคล็ดว่าจะสามารถชนะกองทัพอังกฤษได้ ราชวงศ์สุดท้ายก็ถึงกาลอวสาน
มัณฑะเลย์ ราชธานีสุดท้ายของพม่า
• หลัง จากที่พระเจ้ามินดงมาก่อสร้างพระราชวังมัณฑะเลย์ แค่ 28 ปี อังกฤษก็ตีเมืองมัณฑะเลย์แตกในปี พ.ศ. 2367 พระเจ้าธีบอซึ่งโอรสของพระเจ้ามินดง จึงเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่าและถูกส่งไปอินเดียและเชื่อกันว่าถูก ประหารที่นั่นโดยไม่ได้กลับพม่าอีกเลย สมบัติทุกชิ้นถูกอังกฤษขนเอาไปไม่เว้นแม้แต่ราชบัลลังก์นกยูง สัญลักษณ์แห่งราชวงศ์และพระที่นั่งสิงหนาทในท้องพระโรงใหญ่ที่เป็นทองคำ ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม อัญมณี อันมหาศาลก็ถูกขนไปไว้ที่ประเทศอังกฤษ
• อวสานพระราชวังมัณฑะเลย์ พระ ราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของประพม่าจนไฟลุกไหม้เป็น จุล ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้เป็นจุล เผาราบเป็นหน้ากลอง หลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูน้ำรอบพระราชวัง
• ปัจจุปัน พระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมาครับ
พระราชวังมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
พระราชวังมัณฑะเลย์ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ามินดง โดยการสร้างนั้นได้ยึดหลักของศูนย์กลางจักรวาลในแบบของพราหมณ์ปนกับพุทธ โดยที่มี สมมุติให้ตัววังเป้นศูนย์กลางของโลก (เขาพระสุเมรุ) มีกำแพงล้อมรอบ 4 ด้าน มีประตูทางเข้าด้านล่ะ 3 ประตู แต่ล่ะประตูนั้นฝังมนุษย์เป็น ไว้เพื่อเป้นผีเฝ้าประตู ตัวกึ่งกลางของพระราชวัง ห้องสีหาสนบัลลังค์ ณ ที่พระแท่นบัลลัง มี ยอดเจดีย์เจ็ดชั้น บนยอดสุดเป็นยอดแหลม รับพลังของจักรวาล เชื่อว่า พลังนี้จะสามารถทำให้กษํตริย์ตัดสินพระทัยในการปกครองได้อย่างถูกต้อง ตัวพระราชวังได้ทำจากไม้สักทั้งหลัง ภายในมี เรือนประทับของพระสนมมากมาย แต่ละหลังทำการสลักเกะลวดลายด้วยช่างฝีมืออันประณีต วิจิตรเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่มา ทัวร์พม่า จะได้เห็นรูปแบบของพระราชวังนี้เป้นสิ่งจำลองเพราะ พระราชวังจริงนั้นได้ถูกทำลายไปในสมัยสงครามดลกครั้งที่สอง จะเหลือของจริงให้ชมก็เพียง วัด ชเวนันดอ
การเดินเที่ยววัง มัณฑะเลย์ คือ เดินเข้าทางด้านหน้าวัง ผ่านห้องโถง และห้องรับรองชั้นต่างๆ ที่แบ่งเป็นชั้นๆ ก็แล้วแต่งานราชการ งานศึก หรือ งานภายในวัง พอผ่านแนวหลังรับรองต่างๆ ก็จะมาถึงใจกลางวัง เป็น ตำหนักใน คือที่เฉพาะส่วนกษัตริย์ ถัดต่อไปยังด้านหลัง ก็จะเป็น กระต็อบของนางสนมปลูกกันเหมือนเป็นห้องแถว ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนใหญ่จะถูกปิดตาย ให้ดูได้แต่ข้างนอก อันที่จริงแล้วข้างในคงไม่มีอะไรนอกจากห้องโล่งๆ ว่างๆ แต่ที่ต้องปิดเอาไว้ ก็เพราะว่า เค้ากัน ไม่ให้เด็กวัยรุ่นพม่า แอบหลบเข้าไปจู๋จี๋กันนั่นเอง เพราะว่า บรรยากาศภายในคงโรแมนติก มืดๆ มีแสงสลัวๆ และปลอดคน
| ถัดไป > |
|---|