Login With Facebook
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

Google translation

English Arabic Chinese (Simplified) Dutch French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Thai
อีเมล
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย admin   
AddThis Social Bookmark Button

ย่างกุ้ง เมืองหลวงของประเทศพม่า


ย่างกุ้ง (ภาษาพม่า: อ่านออกเสียงว่า ดะโกง แปลว่า ปราบศัตรูราบคาบ, ภาษาอังกฤษเรียกว่า Rangoon) เป็นอดีตเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน ประเทศเมียนมาร์ (หรือพม่า) ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำย่างกุ้ง ห่างจากอ่าวเมาะตะมะ (Gulf of Martaban) ประมาณ 30 กม. ย่างกุ้งเดิมเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ เท่านั้น ได้รับการบูรณะให้เป็นเมืองสำคัญและสถาปนาชื่อโดยพระเจ้าอลองพญาแห่งราชวงศ์อลองพญา ปัจจุบันมีประชากร 4,504,000 (พ.ศ. 2543), และตั้งอยู่ที่ 16°48' เหนือ และ96°9' ตะวันออก เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่เมืองอื่น ๆ ในเอเซียอาคเนย์แล้ว ย่างกุ้งค่อนข้างจะด้อยพัฒนา จึงมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า มีการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีการลงทุนจากต่างชาติเข้ามา (จากประเทศสิงคโปร์ และประเทศจีน) ตึกที่อยู่อาศัยหลายชั้นหลายแห่งได้ถูกสร้างใหม่หรือปรับปรุงใหม่ อย่างไรก็ดี การปรับเมืองเข้าสู่ปัจจุบันจะเห็นชัดเจนเฉพาะในบริเวณกลางเมืองและชเวดากอง (Shwedagon) แถบชานเมืองตอนใต้ เช่น Thaketa Township ยังคงยากจนต่อไป ย่างกุ้งได้พยายามที่จะเก็บรักษาสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมที่ยังมีอยู่ ย่างกุ้งได้ถูกออกแบบใหม่เป็นตารางหมากรุก เมื่ออังกฤษได้ผนวกพม่าเข้าสู่อาณาจักรของตนเองในคริสต์ศตวรรษที่ 19ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548 รัฐบาลพม่าได้ย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองพยินมานา

ประวัติ:

 

อดีตเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเมียนมาร์ หรือพม่า ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำย่างกุ้ง ห่างจากอ่าวเมาะตะมะ ประมาณ 30 กิโลเมตร ย่างกุ้งเดิมเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆเท่านั้น ได้รับการบูรณะให้เป็นเมืองสำคัญ และสถาปนาชื่อโดยพระเจ้าอลองพยาแห่งราชวงศ์อลองพยา

 

ภูมิอากาศ:

สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่ในบริเวณที่เป็นเทือกเขาสูงทางตอนกลางและตอนเหนือของ ประเทศ จะมีอากาศแห้ง และร้อนมากในฤดูร้อน ส่วนในฤดูหนาวอากาศจะเย็นมาก ตามชายฝั่งทะเลและบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำจะ แปรปรวนในช่วงเปลี่ยนฤดู เพราะได้รับอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นเสมอ ทำให้บริเวณนี้มีฝนตกชุกหนาแน่นมากกว่าตอนกลาง หรือตอนบนของประเทศที่เป็นเขตเงาฝน ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวคือ ควรเดินทางในช่วงเดือน พฤศจิกายน กุมภาพันธ์ เพราะฝนไม่ตก และ อากาศไม่ร้อนจนเกินไปนัก

สถานที่ท่องเที่ยว:

 

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon pagoda)
ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น ตามตำนาน เจดีย์ชเวดากองนั้นสร้างเมื่อง 2,500 ปีที่แล้ว แต่นักโบราณคดีเชื่อกันว่าสร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 6-10 สร้างโดยชาวมอญ ตามตำนานนั้นเริ่มจากว่า มีสองพี่น้องพ่อค้า 2 คน ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้ามา พระองค์จึงประทานพระเกศามา 8 เส้น พระเจดีย์ได้ถูกทิ้งร้างจนมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 เมื่อพระเจ้าพินยาอู ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระเจดีย์ใหม่สูง 18 เมตร พระเจดีย์ได้ถูกซ่อมแซมมาเรื่อยมา จนมามีความสูง 98 เมตรในคริสต์ศตวรรษที่ 15 แผ่นดินไหวเล็กๆน้อยๆ เรื่อยมาทำให้พระเจดีย์นั้นได้รับความเสียหาย และเมื่อปี พ.ศ. 2311 (ในสมัยกรุงธนบุรี) ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก ทำให้ยอดของพระเจดีย์หักถล่มลงมา
บนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด โดยเฉพาะชื้นข้างบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ 72 กระรัต และทับทิม 2,317 เม็ด ผู้ที่เข้ามานมัสการหรือเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้าทุกครั้งเมื่อมาถึงทางเข้า ให้เดินตามเข็มนาฬิกา ขึ้นอยู่กับดวงวันเกิดของผู้เข้าที่จะดูตาม 12 นักษัตร รอบๆพระเจดีย์ก็มีศาลเจ้าเล็กๆอยู่รายรอบ

พระเจดีย์ซูเล (Sule pagoda)
ตั้งอยู่ใจกลางกรุงย่างกุ้ง บริเวณแยกถนนเจดีย์ซูเลและ ถนนมหาบัณฑุละ เป็นเจดีย์ทองรูปโดม ทรงแปดเหลี่ยม สูง 48  เมตร ว่ากันว่า เจดีย์องค์นี้เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ชาวอังกฤษเมื่่ือครั้งปกครองได้ใช้เป็นศูนย์กลางของการวางผังเมือง เมี่อมีการบูรณะใหม่ในปี 1880

พระเจดีย์กาบาเอ (Kaba Aye pagoda)
ตั้งอยู่ที่ถนนกาบาเอ คำว่ากาบาเอ ในภาษาพม่า หมายถึง โลกแห่งสันติสุข สร้างขึ้นในปี 1952 เจดีย์แห่งนีเป็นที่รำลึกถึงการประชุมประสภาสงฆ์ระดับโลก ครั้งที่ 6 ของพุทธศาสนา ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในปี 1954

วัดเจ้าทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda)
ตั้งอยู่ที่ีถนนชเวกองเต็ง เมือตำเว เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสนสูง 6 ชั้น สร้างขึ้นในปี 1966 แทนองค์เดิมที่เคยสร้างขึ้นในปี 1907 โดยมีโครงเหล็กความยาว 65  เมตร กั้นและหลังคาคลุมถึง 6 ชั้น พระนอนองค์นี้มีขนาดใหญ่กว่าพระนอนชเวตาเลียวที่เมืองหงสาวดี รอบๆ องค์พระมีอุโบสถ ซึ่งมีพระสงฆ์จำวัดกว่า 600 องค์ ซึ่งพระเหล่านี้ได้ศึกษาพระไตรปิฎก

เจดีย์โบตาทาวน์ (Botahtaung pagoda)
เจดีย์โบตาทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000นาย ตามตำนานเล่าขานว่า เมื่อราว 2000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศาธาตุ ที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบตะทาวน์ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ ก่อนนำไปบรรจุในมหาเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เจดีย์โบดาทาวน์จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบดาทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศ แต่ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรม สารีริกธาตุ ครั้นเมื่อเจดีย์โบดาทาวน์องค์ใหม่ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496 จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมในอาณาบริเวณเจดีย์โบตาทาวน์คือ พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต นอกจากพระพุทธรูปทองคำแล้ว ยังมี พระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเก็บรักษาไว้ในตู้กระจก อยู่ใกล้ๆกับวิหารพระทองคำ และด้านซ้ายมื้อจะมีรูปปั้น นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวมอญและพม่านิยมมากราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ

 

 

ราคาพิเศษสำหรับโรงแรม

ล็อกอิน

ป้ายโฆษณา