อุบลราชธานี เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 15,744.85 ตารางกิโลเมตร ติดต่อกับประเทศลาวจากอำเภอเขมราฐถึงอำเภอน้ำยืน ติดต่อกับแขวงสะหวันนะเขต แขวงสาละวัน และแขวงจำปาสัก และติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา อำเภอน้ำยืนติดต่อกับจังหวัดพระวิหาร
ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงอุบลราชธานี ประมาณ 600 กิโลเมตร
เมืองอุบลราชธานี เป็นเมืองเก่าแก่มีอายุ มากกว่า 200 ปี ในปี 2228 เกิดวิกฤติทางการเมืองในนครเชียงรุ้ง เพราะกลุ่มฮ่อธงขาวกำลังปล้น เจ้าเมืองนครเชียงรุ้งจึงอพยพไพร่พล มาขอพึ่งบรมีพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ของเวียงจันทน์ ตั้งเมืองที่หนองบัวลุ่มภู(หนองบัวลำภูในปัจจุบัน)ต่อมาพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ได้ให้เจ้าปรางทองอภิเสกกับพระราชนัดดา ได้โอรสคือ เจ้าพระตา เจ้าพระวอ ซึ่งมีความสำคัญต่ออุบลราชธานีอย่างยิ่ง หลังจากนั้นเจ้าเมืองเวียงจันทน์ได้ขอพระธิดาของเจ้าพระตา เจ้าพระวอ ไปเป็นนางต้องห้ม แต่เจ้าพระตา เจ้าพระวอปฏิเสธ จึงเกิดสงครามขึ้นกินเวลาถึง 3 ปี และได้เสียชีวิตในสนามรพ ให้เจ้าคำผงผู้เป็นน้องเป็นหัวหน้าแทน และเจ้าคำผงไปขอพึ่งบรมีพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อทางเวียงจันทน์ทราบข่าว จึงถอยทัพกลับเวียงจันทนื แต่พระเจ้ากรุงธนบุรีก็ยังตามไปจนชนะ และอัญเชิญพระแก้วมรกตและคุมตัวพระเจ้าสิริบุญสารไปกรุงธนบุรี ส่วนเจ้าคำผงได้กลับไปตั้งเมืองที่ดอนมดแดงเหมือนเดิม ในปี 2319 เกิดน้ำท่วม จึงอพยพไพร่พลมาตั้งเมืองที่ ดอนห้วยแจระแม พอน้ำลดจึงหาทำเลตั้งเมืองใหม่ที่ตำบลบ้านร้าง เรียกว่า ดงอู่ผึ้งริมฝั่งแม่น้ำมูล อันเป็นที่ตั้งจังหวัดอุบลราชธานีในปัจจุบัน ในปี 2320 ต่อมาในปี 2322 พระเจ้ากรุงธนบุรีได้ โปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาราชสุภาวดี เชิญท้องตราให้ขึ้นมาตั้งเป็นเมืองอุบลราชธานี โดยให้เจ้าคำผอยเป็นเจ้าเมืองในราชทินนาม"พระประทุมราชวงศา" ในปีถัดมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯให้สถาปนาเมืองอุบลราชธานีเป็นเมืองประเทศราช และแต่งตั้ง พระประทุมวงศาเป็นพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ เจ้าครองเมือง"เมืองอุบลราชธานี ศรีวนาไล ประเทศราช"โดยเป็นเจ้าเมืองคนแรกของอุบลราชธานี จนถึงปี 2338
ในปีพ.ศ 2543 จำนวนของประจากรในจังหวัอุบลราชธานี มี 1,691,441 คน ดูจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติของประเทศไทย.
ในจังหวัดอุบลราชธานี มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่งที่น่าสนใจ แต่สถานที่ที่เราแนะนำจะอยู่ตามรายการด้านล่างนี้:
ภาพเขียนสีโบราณก่อนประวัติศ่าสตร์ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม. ภาพเขียนสีโบราณนี้ อายุราว 3,000 - 4,000 ปีแสดงให้เห็นถึงการดำรงชีวิตของคนในยุคเก่าแก่ สำหรับอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ก็เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศไทย สามารถรับชมพระอาทิตย์ขึ้นเป็นจุดแรกของประเทศไทย มีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น น้ำตกลงรู น้ำตกสร้อยสวรรค์ ผาชนะได ถ้ำปฏิหารย์ และอื่นอีกมากมาย
เสาเฉลียง. เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติสาสตร์ของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นหินตั้งซ้อนกันโดยธรรมชาติ มีลักษณะคล้ายดอกเห็ด เรียงรายกันอยู่มากมาย ซึ่งหินดังกล่าวจะปรากฏซากเปลือกหอย กรวด ทราย อยู่ในแผ่นดินขนาดใหญ่ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ สายลม และแสงแดด มีลักษณ์เป็นแ่ท่งตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่ โดยไม่ติดกันมองดูคล้ายดอกเห็ด ประติมากรรมชิ้นเอกของหินทรายร่วมกัน 2 ยุค คือ 130 ล้านปี และ 180 ล้านปี "เสาเฉลียง" แผลงมาจาก "สะเลียง" แปลว่า"เสาหิน"
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี. ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองอุบลราชธานี เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่กรมศิลปากรจัดตั้งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น เพื่ือเป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้ อนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่น ตามแนวทางการพัฒนาพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ การจัดนิทรรศการถาวรจึงมุ่งเน้นเรื่องราวต่างๆ ของจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยา โบราณคดี วัฒนธรรมพื้นบ้าน และชาติพันธุ์วิทยา
อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ตั้งอยูในพื้นที่ของอำเภอโขงเจียม กับอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ประมาณ 50,000 ไร่ สภาพและพื้นที่ทั่วไปเป็นพื้นที่ราบและภูเขาเตี้ยๆ มีแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงไหลผ่าน บริเวณแก่งตะนะจะมีสายน้ำที่เชี่ยวและลึก อีกทั้งยังมีถ้ำใต้น้ำอีกหลายแห่ง คำว่า"ตะนะ" แปลว่า"มรณะ" เนื่องจากบริเวณแก่งตะนะมีน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ชาวบ้านที่สัญจรออกหาปลามักเกิดอุบัติเหตุ ชาวบ้านจึงเรียกว่า "แก่งมรณะ" และต่อมาจึงเรียกว่า "แก่งตะนะ"ในปัจจุบัน
วัดพระธาตุหนองบัว เป็นวัดสำคัญที่มีอายุเก่าแก่ และมีสถาปัตยกรรมแนวผสมผสานตามแบบอีสาน เป็นวัดที่สวยงามและน่าสนใจมาก สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นสะดุดตาของวัดนี้คือ สถูปก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งโครงสร้างได้รับแรงบันดาลใจจากมหาโพธิวิหาร โพธิคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย สถูปที่วัดพระธาตุหนองบัวแห่งนี้ ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสาริกธาตุ ซึ่งบรรจุไว้ในสถูปลงรักปิดทอง ศิลปะแบบอินเดียแบบปะละ คือเป็นสถูปทรงสี่เหลี่ยม ใกล้ๆกันนั้นมีวิหารที่สร้างเลียนแบบปรินิพพานวิหาร เมืองกุสนิารา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว
อ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย
ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ใกล้กับชายแดนประเทศลาว ลำโดมน้อย เป็นอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เขื่อนสิรินธรเป็นเขื่อนเอนกประสงค์ ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การก่อสร้างโครงการได้เริ่มในเดือนมิถุนายน 2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เชิญพระนามของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ขนานนามเขื่อนว่า "เขื่อนสิรินธร"