ฮานอย เป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนาม มีประชากรประมาณ 4,100,000 คน (พ.ศ. 2547)ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของเวียตนามเหนือระหว่าง พ.ศ. 2497 ถึง พ.ศ. 2519 และก่อนหน้านั้นเคยเป็นเมืองหลวงของพื้นที่เวียตนามในปัจจุบันเป็นครั้งคราว ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 จนถึง พ.ศ. 2345 ฮานอยตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแดง อุตสาหกรรมในเมืองคือเครื่องจักร, ไม้อัด สิ่งทอ, สารเคมี และงานหัตถกรรม
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ได้มีการขยายเขตกรุงฮานอยไปอีก โดยครอบคลุมบริเวณมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า เพื่อรองรับการเติบโตของเมือง และเมื่อถึงเดือนตุลาคม 2553 ก็จะครบวาระ 1000 ปีการสถาปนาเมือง
"ฮานอย"หมายถึงตอนต้นของแม่น้ำ ตั้งอยู่ตอนต้นอยู่บนลุ่มแม่น้ำแดง ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ลี้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 1553 โดยใช้ชื่อว่า"ทังลอง" แปลว่า "มังกรเหิน" จนกระทั่ง พ.ศ. 2245 กษัตริย์ราชวงศ์เหงียนได้ย้ายเมือหลวงไปอยู่เมือง "เว้" เมื่อตกเป็นส่วนหนึ่ของอินโดจีนของฝรั่งเศส ฮานอยจึงกลับมาเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งใน พ.ศ. 2430 ภายหลังได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2489 ดินแดนเวียดนามแยกออกเป็นสองประเทศ โดยฮานอยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามเหนือ เมื่อรวมประเทศใน พ.ศ. 2519 จึงเป็นเมืองหลวงหนึ่งเดียวของเวียดนามในปัจจุบัน
ฮานอยเคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของเวียตนามตั้งแต่ปี พ.ศ. 1553 มีอายุ 1,000 ปี ซึ่งเป็นปีที่จักรพรรดิลีไทโด ทรงสถาปนาพระราชวังทังลองขึ้น ณ ดินแดนแห่งนี้ ตลอดช่วงเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงชื่อเมืองอีกหลายครั้ง ฮานอย แปลว่า เมืองบนฝั่งโค้งของแม่น้ำ นับเป็นเมืองหลวงที่มีขนาดเล็กที่มีความสวยงามมากตลอดสองฟากถนนเราสามารถเห็นตึกสไตล์โคโลเนียลอยู่เรียงรายสองข้างทาง
ฮานอย ในภาษาเวียดนาม ฮา แปลว่า แม่น้ำ นอย แปลว่า ข้างใน ฮานอยตั้งอยู่ใจกลางสันดอนลุ่มแม่น้ำแดงในภาคเหนือของประเทศ มีทะเลสาบน้อยใหญ่ถึง 18 แห่ง มีทะเลสาบประจมเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุด และมีทะเลสาบใจกลางกรุงที่ขึ้นชื่ออย่าง โฮฮว่านเกี๋ยม นับเป็นเมืองหลวงขนาดเล็กที่มีเสน่ห์ไม่แพ้เมืองหลวงของประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชีย ดังนั้น เมื่อคุณเดินทางมาถึงฮานอยจุดแรกที่ควรไม่ควรพลาดคือการไปริ่มต้นที่ ทะเลสาบโฮฮว่าเกี๋ยม ซึ่งเป็นย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง มีถนนสายเล็กๆ 36 สายตัดสลับกันไปมา ชาวเวียตนามเรียกถนนสายนี้ว่า บาเมื่อยซัวโฟเฟือง แปลว่า 36 ถนน ชาวต่างชาติจะรู้จักกันในชื่อ โอลด์ควอเตอร์ หรือถนน 36 สาย บรรยาศของตลาดนี้คล้ายกับเยาวราชในประเทศไทย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งโรงแรม เกสต์เฮาส์ บริษัทนำเที่ยว ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองซึ่งเป็นย่านเก่าในเมือง ฮานอย และห่างจากกรุงฮานอยมาทางทิศเหนือระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร ยังเป็นที่ตั้งของมรดกโลกทางธรรมชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยู เนสโกอย่างอ่าวฮาลอง ทะเลสาบที่มีเนื้อที่กว่า 4,000 ตารางกิโลเมตร มีเกาะหินปูนน้อยใหญ่ที่ถูกกัดเซาะจากคลื่นลมในท้องทะเลเป็นเวลากว่าพันปี จนเกิดหินปูนรูปทรงสวยงาม วางเรียงรายอยู่บนผืนน้ำมากกว่า 1,000 เกาะ บรรยากาศเหมือนอ่าวพังงาในประเทศไทย
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแดง มีทะเลสาบอยู่หลายแห่ง
การเดินทางจากประเทศไทย
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้บริการรถโดยสารประจำทางไปยังจังหวัดหนองคาย จากนั้นข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เดินทางไปยังนครเวียงจันทน์ มีรถโดยสารเดินทางจากนครเวียงจันทน์ไปยังกรุงฮานอย ประเทศเวียตนาม จอดอยู่ตรงข้ามดับโรงแรมเจริญชัย ติดกับสถานทูตอเมริกา วันละ 1 เที่ยว คือ เวลา 18.00 น. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 – 16 ชั่วโมง ส่วนขากลับมีรถโดยสารประจำทางออกจากหน้าสถานทูตลาวในกรุงฮานอยกลับนคร เวียงจันทน์อีกวันละหนึ่งเที่ยวเช่นกัน
ทางอากาศ ปัจจุบันมีสายการบินไทย สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ ให้บริการเที่ยวบินสู่สนามบินฮานอย
การเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองฮานอย
พาหนะในการเดินทางเที่ยวชมเมืองฮานอยนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้ง จักรยาน พาหนะยอดนิยมของนักท่อเที่ยวในการขี่เที่ยวชมรอบตัวเมือง สามารถหาเช่าได้ตามโรงแรมในประราคาประมาณ 10,000 ดอง/วัน หรือถ้าจะนั่งเที่ยวชมแบบสบายๆ ก็มีบริการของซิโคล่สามล้อถีบที่เราต้องนั่งอยู่ด้านหน้า และคนให้บริการปั่นจักรยายอยู่ด้านหลัง มีให้เลือกทั้งแบบนั่งชมรอบเมืองในราคาประมาณ 5,000 ดอง/คน หรือจะเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ราคาตามแต่จะตกลง
ข้อแนะนำในการนั่งซิโคล่ในเมืองฮานอย คือ คุณควรจะตกลงสถานที่ท่องเที่ยวและราคาให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง ทางที่ดีควรพกแผนที่ตัวเมืองฮานอยติดตัวไปด้วย เพื่อบอกให้คนขับรู้จุดหมายปลายทาง จะได้ไม่ต้องมีปัญหาในเรื่องของภาษาที่ใช้ในการสื่อสานเพราะชาวฮานอยส่วน ใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษได้น้อยกว่าเมืองโฮจิมินห์
ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม (Ho Hoan Kiem หรือ ทะเลสาบคืนดาบ)
ที่ตั้ง : ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเก่าฮานอย สำหรับนักเดินทางที่มาเยือนฮานอย ซึ่งไม่ได้มากับบริษัททัวร์ส่วนใหญ่นิยมหาที่พักในบริเวณเมืองเก่า ที่เปรียบได้กับถนนข้าวสารของเมืองไทย เพราะมีเกสต์เอาส์และโรงแรมราคาประหยัดมากมาย มีเอเย่นต์ทัวร์สำหรับเลือกซื้อแพ็คเก็จทัวร์หรือตั๋วเดินทางภายในประเทศทั้งทางรถบัส รถไฟ เครื่องบิน และยังมีร้านจำหน่ายอาหารประเภทพื้นเมืองและตะวันตกมากมาย และร้านขายของที่ระลึก
ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่าครั้งอดีตพระเจ้าเลไทโต (Le Thai Yo) ได้นำดาบวิเศษซึ่งนำมาต่อสู้กับพวกหมิงจนสามารถปลดปล่อยประเทศให้อิสระแล้ว พระองค์ทรงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบวิเศษให้กับเต่าศักดิ์สิทธิ์ และกล่าวกันว่าเต่าได้ขึ้นมาฉกดาบไปจักพระหัตถ์ของพระองค์ แล้วหายไปในทะเลสาบ อันเป็นเหตุให้ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า ทะเลสาบคืนดาบหากมองไปกลางทะเลสาบจะเห็นเจดีย์โบราณโผล่ขึ้นพ้นน้ำ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 มีชื่อเรียกว่า ทาพรัว (Thap Rua) ซึ่งหมายถึง หอคอยเต่าและในปัจจุบันยังมีหลายคนบอกว่าเห็นเต่าขนาดใหญ่อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดูกาล

วัดหง็อกเซิน ( Ngoc Son หรือ วัดเนินหยก)
ที่ตั้ง : อยู่ริมทะเลสาบบนเกาะหยก ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ สามารถข้ามจากฝั่งไปยังวัดโดยข้ามสะพานเทฮุก (The Huc) หรือสะพานแสงอาทิตย์ มีสีแดงสดใสถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงฮานอย นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกกันเสอมเมื่อถึงวัดหว็อกเซิน ด้านในมีบรรยากาศร่มรื่นและมีศาลาสำหรับนั่งพักผ่อน
ทำเนียบประธานาธิบดี
เจดีย์เสาเดียว ฮานอย
พิพิธภัณฑ์ทหาร (Army Museum)
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนถนนเดียนเบียนฟู (Dien Bien Phu) ค่าเข้าชม 10,000 ดอง เปิด 08.00 – 11.30 น. และ 13.30 – 16.30 น. หยุดวันจันทร์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงการประกาศอิสรภาพ และการรวมชาติของเวียตนามและแสดงให้เห็นถึงการทำสงครามกับมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา โดยภายในพื้นที่ได้นำซากเครื่องบินทิ้งระเบิด B52 มาจัดให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม เมื่อเข้าไปด้านในก็มีภาพถ่ายของนักรบที่ร่วมกันชนะสงคราม เครื่องแบบทหารอเมริกา และยังมีโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กๆ ซึ่งฉายภาพช่วงท้ายๆ ของสงครามเวียตนาม สำหรับที่นี่ชาวเวียตนามออกเสียงว่า บ่าว ตาง กวาน โด่ย (Bao Tang Quan Doi พิพิธภัณฑ์ทหาร)
พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติ (Museum of Vietnamese Revolution)
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนถนนตงดาน (Tong Dan) ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติหรือที่ชาวเวียตนามเรียกว่า Bao Tang Cach Mang เป็นสถานที่ที่ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้เพื่อสันติภาพของคนในแผ่นดินนี้ ต้องพบกับเรื่องราวอะไรมาบ้านตั้งแต่ครั้งโบราณจนถึงยุค พ.ศ. 2518 อันเป็นช่วงปีที่ทหารอเมริกาถอนกำลังออกจากเวียตนาม นอกจากนี้ยังมีหลาวไม้ขนาดยาวที่ปักไว้เพื่อสกัดกั้นกองกำลังมองโกล รวมถึงกลองศึกสำริดใบยักษ์ที่มีการสร้างมาตั้งแต่ก่อน 24,000 ปีก่อนคริสตกาลก็มีให้ชมกัน นับได้ว่าที่นี่น่าสนใจมากกับสิ่งของเรื่องราวที่จัดแสดงและประวัติอันขม ขื่นที่ต้องเรียนรู้จากความเจ็บปวดของชนในชาติ
พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรม (Fine Arts Museum)
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนถนนเหวียนไทฮ็อก (Nguyen Thai Hoc) ค่าเข้าชม 10,000 ดอง เปิด 09.15 – 17.00 น. หยุดวันจันทร์ พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมหรือที่ชาวเวียตนามเรียกว่า บ่าวตางมีทวด (Bao Tang My Thuat) เป็นแหล่งแสดงผลงานศิลปะที่ดีที่สุดของเวียดนามก็ว่าได้ เพราะที่นี่ได้จัดนิทรรศการครอบคลุมถึงงานศิลปะและประวัติของชนกลุ่มน้อยในเวียตนาม และมีพระพุทธรูปไม้ที่งดงามหลายองค์ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี นอกจากนี้ยังมีกล่องสำริดดงเซิน (Dong Son) และศิลปะเวียดนามอย่างอื่นอีกมากมายทั้งที่เป็นของสมัยโบราณและยุคใหม่
สุสานของโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh’ s Mausoleum)
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนถนนเดียนเบียนฟู (Dien Bien Phu) บริเวณจัตุรัสบาสดิงห์ (Ba Dinh) สุสานแห่งนี้ได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 เสร็จในปี พ.ศ. 2518 เป็นอาคารหินอ่อนและหินแกรนิตรวมถึงไม้เนื้อดีจากทั่วประเทศ เป็นอาคารที่โดดเด่นและสง่างามมาก โดยมีชื่อในภาษาเวียตนามว่า จู่ติกโอจิมินห์ (Lang Chu Tich Ho chi Minh ) ด้านในจะพบกับศพโฮจิมินห์ ซึ่งอาบน้ำยาอยู่ในโลงแก้วเพื่อให้ผู้คนที่เข้ามาชมได้รู้จักผู้นำที่มีความแข็งแกร่ง ทั้งที่นี่เป็นการกระทำซึ่งขัดต่อความต้องการของโฮจิมินห์ เพราะท่านต้องการให้เผาร่างเมื่อตายลง สำหรับห้องนี้ไม่อนุญาตให้นำกล้องถ่ายรูป วีดีโอ โทรศัพท์ หรือกระเป๋าทุกชนิดเข้าไปโดยเด็ดขาด
พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum)
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่หลังสวนสาธารณะใกล้ๆ กับจัตุรัสบาดิงห์ เดินผ่านสวนสาธารณะที่มีเจดีย์เสาเดียวตั้งอยู่ ก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ เป็นรูปแบบของอาคารสมัยใหม่ขนาดใหญ่ มีการจัดแสดงนิทรรศการมากมาย มีการถ่ายภาพขาวดำ ในสมัยสงคราม ซึ่งจะได้เห็นความเป็นอยู่ของเหล่าทหารกู้ชาติอีกด้วยและเรื่องราวการสู้รบในสมัยครามเวียตนาม
โรงละครฮานอย (Hanoi Opera House)
ที่ตั้ง : โรงละครแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน Ly Thai To ตัดกับถนน Trang Tien บริเวณวงเวียนห้าแยก
โรงละคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2454 สไตล์แบบฝรั่งเศส ตกแต่งอย่างงดงามดูแข็งแกร่ง ภายในมีที่นั่งกว่า 900 ที่นั่ง ปัจจุบันยังเปิดแสดงอย่างสม่ำเสมอ การแสดงจะเน้นดนตรีคลาสสิค
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (History Museum)
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่หลังโรงละครฮานอย ค่าเข้าชม 15,000 ดอง สำหรับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์หรือชาวเวียตนามเรียก Bao Tang Lich แห่งนี้เป็นอดีตเป็นสถาบันวิจัยทางโบราณคดีของสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรทิศ (Ecole Hrancaise d’Extreme Orient) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2453 สร้างใหม่ปี 2469 ก่อนจะเปิดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2475 ซึ่งสิ่งที่นำมาจัดแสดงไว้ที่นี่ครอบคลุมถึงประวัติศาสตร์เวียตนามทุกสมัย เป็นโบราณวัตถุที่หาดูได้ยากยิ่ง มีกลองสำริดโบราณ ซึ่งเป็นศิลปะอันงดงามของพวกจากที่แพร่เข้ามาในประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ยังมีเครื่องถ้วยชาม และเจ้าแม่กวนอิมปางประหลาด รวมถึงห้องจัดแสดงของใช้สิ่งของต่างๆ ของกษัตริย์ 13 พระองค์แห่งราชวงศ์เหวียน หากชอบเกี่ยวกับโบราณคดีคุณจะได้สัมผัสรากฐานแห่งอารยธรรมได้ดีทีเดียว
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|